...ือไม่? (อ้างอิง: -Could Singapore Airlines Fly To Rescue Of Thailand's Nok Air? - https://www.forbes.com/sites/martinrivers/2017/09/30/could-singapore-airlines-fly-to-rescue-of-thailands-nok-air/#2073c0062914) --------------------------------------------------------- อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท นกแอร์ เชื่อว่า บริษัทเก่าของเขาต้องการหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Strategic partner) เพื่อให้คงลอยตัวอยู่ได้ และนั่นหมายความว่า สิงคโปร์แอร์ไลน์ (Singapore Airlines) อาจจะต้องยื่นมือเข้ามาช่วย ถ้าบริษัทการบินไทย (Thai Airways International หรือ THAI) ยุติการช่วยเหลือทางการเงินออกไป “ผู้ถือหุ้นได้มีการปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ระหว่างพวกเขาเองกันแล้ว” คุณพาที สารสินให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวจากนิตยสาร Forbes เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ทีบริษัทการบินไทยจะละเว้นต่อการเพิ่มทุน (Recapitalization) จำนวน 1,700 ล้านบาท ($51 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ให้กับบริษัทนกแอร์ “ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ในเวลานี้, ไม่รวมถึงผู้ถือหุ้นของบริษัทการบินไทย, ได้กล่าวว่า พวกเขาจะรับผิดชอบเรื่องนี้ทั้งหมดเอง ถ้าบริษัทการบินไทยไม่ต้องการที่จะร่วมมือช่วยในเรื่องนี้” --------------------- ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น คุณพาทีกล่าวว่า บริษัทนกแอร์จะเริ่มแสวงหาหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ใหม่ “ที่สามารถให้ความรู้เชิงปฎิบัติการได้” เขายืนยันต่อว่า Singapore Airlines ซึ่งเป็นหุ้นส่วนในปัจจุบันด้วยการลงุทนระยะยาวโดยผ่านบริษัทสายการบินต้นทุนต่ำ (Low-cost)ชื่อ นกสกู้ท (NokScoot) ซึ่งจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่จะถูกคัดเข้ามาพิจารณา “เราพูดคุยกับ Singapore Airlines ทุกสิ่งทุกอย่างโดยเสมอมา เป็นที่เห็นได้ชัดเจนแล้วว่า ผมเห็นด้วยกับเรื่องของ NokScoot เป็นอย่างดีด้วย เนื่องจากผมมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับคนภายใน Singapore Airlines เอง” คุณพาทีกล่าวไม่นานนักหลังจากที่ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทนกแอร์ และกำลังเข้าไปรับตำแหน่งใหม่เป็นรองประธานกรรมการของบริษัทนกแอร์อยู่ “มีการพิจารณาสำรวจเรื่องต่างๆ ซึ่งเกี่ยวกับอนาคตกันอยู่เสมอ ซึ่งเราสามารถทำร่วมกันได้ เป็นที่เห็นได้ชัดว่า คนของ Singapore Airlines ก็พยายามให้ความแน่ใจว่า การบริหารของ NokScoot จะต้องประสบผลสำเร็จ .. ผมคิดว่า พวกเขาทำงานกันได้เป็นอย่างดีเยี่ยมจริงๆ” เมื่อถูกถามว่า ผู้ลงทุนคนใหม่ๆ นั้น จะต้องมีพื้นเพหรือประวัติเกี่ยวกับเรื่องการบินมาก่อนหรือไม่ เขาตอบว่า “ในมุมมองของผมเอง มันจะเป็นเรื่องดีกว่ามาก ถ้าผู้ลงทุนชุดใหม่เป็นสายการบิน เพราะว่า มันจะก่อให้เกิดเรื่องความประหยัดโดยเพิ่มขนาด (Economies of Scale) และยังมีเรื่องของวินัยต่างๆ ในอนาคตรวมอยู่ด้วย” --------------------- การลาออกจากตำแหน่งของคุณพาที ตามมาด้วยเรื่องของความล้มเหลวอย่างเห็นได้ชัด ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทนกแอร์ กับ บริษัทการบินไทย ซึ่งบริษัทการบินไทยเอง ได้ตอบปฎิเสธที่จะมีส่วนร่วมในการเสนอการซื้อหุ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา การสละสิทธิ์ละเว้นในเรื่องนี้ ซึ่งทำให้จำนวนหุ้นที่ถือโดยบริษัทการบินไทยในบริษัทนกแอร์ ลดลงจาก 39.2% ไปเหลืออยู่ที่ 21.57% แทน และในท่ามกลางเรื่องเหล่านี้ ก็ยังมีรายงานออกมาว่า บริษัทหลักเอง (บริษัทการบินไทย) สูญเสียความเชื่อมั่นในแผนการของบริษัทนกแอร์ที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขกลับคืนมาสู่สภาวะปกติได้ บริษัทนกแอร์ จมดิ่งด้วยยอดขาดทุนเป็นประวัติการณ์จำนวน 2,800 ล้านบาท เมื่อปีที่แล้ว จากสถานการณ์ที่โซเซจากการสู้กับการแข่งขันเรื่องราคากับกลุ่มสายการบินในประเทศไทย และรวมไปถึงผลพวงที่สะท้อนให้เห็นกี่ยวกับเรื่องจำนวนนักบินไม่เพียงพอในการปฎิบัติการอีกด้วย สิ่งที่บ่งบอกให้เห็นในตอนแรกๆ คือ ความเต็มใจของบริษัทการบินไทยที่จะช่วยเหลือบริษัทนกแอร์เกี่ยวกับเรื่องการเงินนั้น ได้เพิ่มขึ้นมาตั้งแต่การแต่งตั้งคุณปิยะ ยอดมณี ซึ่งเป็นอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ NokScoot มาแทนตำแหน่งของคุณพาที ตัวแทนของบริษัทการบินไทย ต่างก็ยกมือเห็นชอบกับการเพิ่มทุนที่กำลังจะใกล้มาถึงให้กับบริษัทนกแอร์ เมื่อตอนที่มีการประชุมผู้ถือหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา (สัปดาห์ที่สี่ของเดือนกันยายน) และเป็นการชี้ให้เห็นว่า บริษัทการบินไทย อาจจะพยุงกิจการที่ตนเองมีส่วนได้ส่วนเสียไว้ ด้วยการอัดฉีดเงินเข้าไปให้อีกเป็นจำนวน 367.5 ล้านบาท --------------------- อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์ Bangkok Post อ้างว่า “มีความแคลงใจเป็นอย่างสูง” (Strong doubts – อ้างอิง: https://www.bangkokpost.com/business/tourism-and-transport/1328099/thai-gives-cautious-ok-to-nok-air-plan) ว่า บริษัทการบินไทยจะมีความอยากกระหายต่อการลงทุนเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ บทความของ Bangkok Post อ้างอิงคำพูดของ ปลัดกระทรวงการคลัง คือ ดร.สมขัย สัจจพงษ์ ซึ่งเป็นปลัดกระทรวงการคลัง และกระทรวงการคลังเอง ก็เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทการบินไทยอยู่ ด้วยคำกล่าวที่ว่า ยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับเรื่องการสนับสนุนช่วยเหลือทางการเงินให้กับบริษัทนกแอร์ ผู้ถือหุ้นต้องตัดสินใจโดยเด็ดขาด เกี่ยวกับจำนวนหุ้นและราคาต่างๆ ภายในกลางเดือนตุลาคมนี้ --------------------- บริษัทการบินไทย และ Singapore Airlines ต่างก็เป็นคู่แข่งซึ่งกันและกันในพื้นที่ทางภูมิภาคและทางนานาชาติ แต่ก็มีประวัติเกี่ยวกับการร่วมมือในทางธุรกิจกันมาเป็นเวลาอย่างยาวนาน ในปี พ.ศ. 2553 บริษัททั้งสองประสบความล้มเหลวในการที่จะเปิดสายการบินราคาต้นทุนต่ำบริษัทใหม่ขึ้นมา ภายใต้เครื่องหมายการค้าของสายการบิน TigerAir ของสิงคโปร์ ในเวลาต่อมา Singapore Airlines ได้รับภาระเกี่ยวกับการดำเนินการของ TigerAir เข้ามาอยู่ใน Scoot ซึ่งเป็นบริษัทสาขาย่อยของสายการบินต้นทุนต่ำ และกลายเป็นบริษัทในเครือของตนเองไป บริษัทการบินไทยและ Singapore Airlines ต่างก็ร่วมมือกันด้วยการเป็นสมาชิกของกลุ่ม Star Alliance และผ่านด้วยการถือหุ้นของ NokScoot ซึ่ง 49% ถือหุ้นโดย Scoot และอีก 49% ถือหุ้นโดยบริษัทนกแอร์ --------------------- ความคิดเห็นของผู้แปล: เห็นบทความนี้เมื่อสองวันที่แล้ว ก็เลยนำมาลงให้อ่านกัน เนื่องจากตัวดิฉันเอง ไม่มีความรู้รายละเอียดเกี่ยวกับหุ้นต่างๆ ของไทย จึงไม่ขอคอมเม้นท์ใดๆ เอาเรื่องที่เห็นๆ กันอยู่ และ ดิฉันมีความแปลกใจมากๆ ว่า ทำไมบริษัทการบินพลเรือนต่างๆ ในประเทศไทย ถึงทำกำไรกันไม่ได้จริงๆ หรือ? เราเห็นข่าวที่ต้องมีการ อุ้มบริษัทการบินไทย ซึ่งประสบการขาดทุนมาทุกๆ ปี พอเห็นข่าวนี้ ก็เรื่องของ นกแอร์อีก ซึ่งสงสัยมากๆ ว่า ทำไมบริษัทการบินถึงปราศจากผลกำไรกัน? แต่มาดูบริษัทอย่าง แอร์เอเชีย ซึ่งเป็น Low-cost airlines เหมือนกัน ได้ข่าวว่า ทำกำไรได้ดีทุกๆ ปี แถมสามารถขยายกิจการเขตการบินออกไปเรื่อยๆ เมื่อไม่นานอ่านข่าวว่า จะเข้าไปลงที่ Hawaii หรือแม้แต่ coastal cities อย่าง Los Angeles หรือ San Francisco ด้วย ----------------- จากข่าวชิ้นนี้ ถ้าบริษัทการบินไทย นำเงินไปช่วยบริษัทนกแอร์ มันก็เหมือนกับว่า เอาเงินส่วนที่รัฐช่วยเหลือบริษัทการบินไทย ไปช่วยบริษัทนกแอร์ด้วยหรือเปล่า? และเมื่อบริษัทนกแอร์ขาดทุนมากขนาดนี้ ก็หมายความว่า ทั้งการบินไทยและนกแอร์ ต่างก็ขาดทุนทั้งคู่ใช่หรือไม่? แล้วจะเอาเงินมากขนาดไหนไปสนับสนุน ถ้าจำไม่ผิด เงินที่มาช่วยอุ้มการบินไทย ก็คือ เงินภาษีประชาชนอีกใช่ไหม? ดิฉันไม่เคยใช้บริการของบริษัทการบินทั้งสองนี้ ก็เลยไม่ทราบว่า ราคาค่าตั๋วโดยสาร และค่าบริการต่างๆ มันต่างกันกับสายการบินอื่นๆ มากน้อยแค่ไหน และสภาพภาวะเศรษฐกิจในประเทศไทย เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดการขาดทุนแบบนี้หรือเปล่า? อยากทราบเหมือนกันว่า ผู้ถือหุ้นของนกแอร์จะหาทางออกอย่างไร --------------------- แต่สมมติว่า จะให้สายการบินระดับโลกอย่าง Singapore Airlines เข้ามาบริหาร ก็คิดว่า จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงมากมายจริงๆ เพราะสายการบิน Singapore Airlines นั้น เขาทำงานเป็น World Class และภายใต้การกำกับการของ Singapore Airlines อาจจะไม่เป็นที่ชื่นชอบแบบคนไทยเท่าไร เพราะคิดว่า เขาเอาจริงเอาจังมากๆ รวมทั้ง การเอาชื่อเสียงของเขามาเสี่ยงในเรื่องนี้ด้วย แต่ถ้าหากว่า Singapore Airlines เข้ามาบริหาร แล้วเกิดกลายไปว่า มีผลกำไรเกิดขึ้น มันก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงการคัดเลือกตัวบุคคลผู้บริหารของไทยแล้วว่า มีปัญหาแบบไหนบ้าง เพราะฉะนั้น คงจะอยู่ที่การตัดสินใจของผู้ถือหุ้นของบริษัทนกแอร์ มากกว่า ที่จะให้บริษัทการบินไทยเข้ามาช่วย หรือ ลองโยนไปให้ Singapore Airlines บริหารดู --------------------- และหวังว่าคงจะไม่ได้ยินเรื่อง “ขายชาติ” อะไรกันอีก เพราะ bottom line ของกิจการแบบนี้ก็คือ You have to make money ค่ะ สั้นๆ และตรงประเด็นที่สุด Happy Monday ค่ะ.