บันทึกจากชาวต่างชาติ เรื่องการสวรรคต ของ ร.8 (ยาวมาก)

เรื่องหนึ่งที่น่าแปลกเกี่ยวกับความลับที่ว่า กษัตริย์อานันทมหิดลเสด็จสวรรคตได้อย่างไรนั้น ภายในวงการระดับสูงของประเทศไทย กลับไม่เคยเป็นเรื่องที่ลึกลับอะไรเลย เมื่ออยู่ในที่ส่วนบุคคล สมาชิกของครอบครัวเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ต่างก็รับรู้กันอย่างจำเจจากเพื่อนสนิทที่ตนเองไว้วางใจกันว่า กษัตริย์ภูมิพลเองที่เป็นผู้ปลงพระชนม์พระเชษฐาของพระองค์ ซึ่งอาจจะเป็นอุบัติเหตุ ในรายละเอียดเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการเสด็จสวรรคตของกษัตริย์อานันทมหิดลจากแหล่งข่าวที่เป็นเชื้อพระวงศ์ ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยลายมือเป็นการส่วนตัวจากบันทึกของนางมากาเร็ต แลนดอน (Margaret Landon) ซึ่งเป็นภรรยาของนายเคนเนท แลนดอน (Kenneth Landon) นักการทูตประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปี พ.ศ. 2514 และบันทึกชุดนี้สามารถพบได้จากหอสมุดที่เก็บเอกสารของคู่สมรสคู่นี้ ที่วิทยาลัยวีตั้น (Wheaton College) ประเทศสหรัฐอเมริกา ครอบครัวแลนดอนเป็นคู่รักกันตั้งแต่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ทั้งคู่ทำการสมรสกันเมื่อปี พ.ศ. 2469 และได้เดินทางเข้าสู่ประเทศสยามเมื่อปี พ.ศ. 2470 ในฐานะของมิชชั่นนารีศาสนาคริสต์ นิกายเพรสไบทีเรียน (Presbyterian) หลังจากที่ประจำการอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อเรียนรู้ภาษาไทย ทั้งคู่ได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ทางภาคใต้ คือ จังหวัดตรัง ซึ่งทั้งคู่ได้เปิดโรงเรียนสอนคริสต์ศาสนาเป็นเวลาสิบปี ก่อนที่จะกลับมายังประเทศสหรัฐอเมริกา นายเคนเนท แลนดอน ศึกษาในระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยชิคาโก้ และใน ปี พ.ศ. 2484 เมื่อลางร้ายของสงครามกับประเทศญี่ปุ่นได้เริ่มปรากฎให้เห็นมากขึ้น นายแลนดอนได้ถูกว่าจ้างโดยพันเอก ดอนาวัน หรือ “บิลล์ผู้บ้าคลั่ง” (Colonel “Wild Bill” Donovan) ให้มารับตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ในสำนักงานข่าวกรองใหม่เอี่ยมของประเทศสหรัฐอเมริกา ชื่อสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านข้อมูล (the Office of Co-ordinator of Information) ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานบริการยุทธศาสตร์ (Office of Strategic Services (OSS)) จากนั้นเปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ หรือ ซีไอเอ นั่นเอง (Central Intelligence Agency (CIA)) ในปี พ.ศ. 2486 นายแลนดอนได้ทำงานให้กับกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาในฐานะนายทหารประจำการทางการเมือง (Political Desk Officer) สำหรับประเทศไทย ซึ่งต่อมานายแลนดอนได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายกิจการเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (Assistant Chief of the Southeast Asia Division) ในช่วงที่ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศสยาม นางมากาเร็ต แลนดอนได้เริ่มหลงเสน่ห์กับชีวิตของนางแอนนา เลียวโนเวนส์ (Anna Leonowens) ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีเชื้อสายอังกฤษและอินเดียผสม นางเลียวโนเวนส์เป็นครูสอนพิเศษให้กับพระสนมทั้งหลาย พระโอรสและพระธิดาอีกหลายพระองค์ของสมเด็จพระจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 4 เมื่อสมัยปี พ.ศ. 2403–2413 นางเลียวโนเวนส์ได้ตีพิมพ์หนังสือนวนิยายกึ่งจริงที่เล่าประวัติของเธอ ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ชื่อเรื่อง แอนนากับพระเจ้ากรุงสยาม (Anna and the King of Siam) เมื่อปี พ.ศ. 2487 นวนิยายเรื่องนี้ได้กลายเป็นเรื่องโด่งดัง เพราะสามารถขายได้มากกว่า 1 ล้านเล่มจากทั่วโลก และได้ถูกนำมาดัดแปลงให้เป็นละครเพลงที่มีชื่อเสียงมากทีสุดเรื่องหนึ่งชื่อเรื่อง The King and I โดย ริชาร์ด ร๊อดเจอรส์ (Richard Rodgers) และ ออสก้าร์ แฮมเมอร์สไตน์ ที่สอง (Oscar Hammerstein II — และภาพยนต์ที่ฉายในปี พ.ศ. 2499 ภาพยนต์เพลงได้รับความนิยมทั่วโลกในปีนั้นด้วย เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง นายเคนเนท แลนดอนได้ถูกส่งตัวไปที่ฝ่ายตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อร่วมการเจรจาต่อรองอย่างตึงเครียด กับฝ่ายประเทศไทยและฝ่ายประเทศอังกฤษเกี่ยวกับสภาวะของประเทศสยามหลังจากสงคราม นายแลนดอนใช้เวลาอยู่เป็นเดือนๆในภูมิภาคนั้น จากปลายปี พ.ศ. 2488 ไปจนถึงกลางปี พ.ศ. 2489 และได้พบกับผู้นำทางการเมืองคนสำคัญๆ หลายคนของประเทศไทยในสมัยนั้น รวมทั้งกษัตริย์อานันทมหิดล ซึ่งเพิ่งเสด็จพระราชดำเนินกลับจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ด้วย เนื่องจากนายแลนดอนเป็นผู้ประสานงานได้อย่างยอดเยี่ยม รวมไปถึงสามรถใช้ภาษาได้อย่างคล่องแคล่ว นายแลนดอนได้ถูกประจำการให้เป็นผู้ติดต่อหลักของกระทรวงการต่างประเทศในเรื่องของประเทศไทยอีกเป็นเวลาหลายปี นายแลนดอนทำงานในห้องทำงานที่กรุงวอชิงตันและเดินทางไปยังภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้อีกหลายครั้ง ตามที่นายแดเนี่ยล ไฟน์แมน (Daniel Fineman) ได้กล่าวไว้ในหนังสือที่เขาเขียนชื่อ A Special Relationship: The United States and Military Government in Thailand, (ความสัมพันธ์พิเศษ: ประเทศสหรัฐอเมริกากับรัฐบาลทหารในประเทศไทย) นายแลนดอน “ยังคงเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นเลิศของกระทรวงการต่างประเทศในเรื่องที่เกี่ยวกับประเทศไทยในต้นทศวรรษปี 1950 (ราวๆ พ.ศ. 2493–2498)” ศาสตราจารย์ คล้าค เนเออร์ (Clark Neher) ได้กล่าวถึงนายแลนดอนว่า “เป็นตัวหลัก (fulcrum figure) ซึ่งอยู่ใจกลางของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศสหรัฐอเมริกาในปลายทศวรรศ 1940 (ราวๆ ปี พ.ศ. 2490–2493) ” ในบทความเก่าที่เคยเขียนอยู่ที่นี่ และ ที่นี่ ข้าพเจ้าขอแชร์ความคิดเห็นส่วนตัวของนายเคนเนท แลนดอนเกี่ยวกับการเสด็จสวรรคตของกษัตริย์อานันทมหิดลดังต่อไปนี้ บันทึกลายมือที่เขียนขึ้นโดยนางมากาเร๊ต ซึ่งเป็นภรรยาของเขา มีพื้นฐานมาจากการสนทนากับเพื่อนของเธอคือ นางลิเดีย ณ ระนอง (Lydia Na Ranong) ซึ่งเป็นผู้หญิงที่เกิดในตระกูลชั้นผู้ดีของประเทศจีน นางลิเดียได้สมรสกับคนไทย และกลายเป็นคนสนิทของกลุ่มพระบรมวงศานุวงศ์ระดับสูงในกรุงเทพฯ เรื่องเล่าของนางลิเดีย ณ ระนอง ได้ยินจาก แวดวงของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ว่า เป็นเรื่องที่ผิดธรรมดา เนื่องจากเหตุผลหลายประการ มันเป็นการเขียนเรื่องราวอย่างเป็นทางการขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเกี่ยวกับชีวประวัติของนางสังวาลย์ ตะละภัฏ ซึ่งเป็นพระราชมารดาของกษัตริย์ภูมิพล และ กษัตริย์อานันทมหิดล ในบันทึกกล่าวว่า การถูกปลงพระชนม์ของกษัตริย์อานันทมหิดลนั้น มหาดเล็กทั้งสองคน คือ นายบุศย์ ปัทมศริน และ นายชิต สิงหเสนี ได้รู้เห็นต่อการกระทำนั้น และมีการเสริมขึ้นมาด้วยว่า อดีตราชเลขาธิการ คือ นายเฉลียว ปทุมรส มีความสัมพันธ์เป็นชู้สาวกับนางสังวาลย์ และอยู่ในห้องบรรทมของพระองค์ในขณะที่ลูกปืนที่คร่าชีวิตนั้น ได้ถูกยิงออกมาจากกระบอกปืน เรื่องของคำเล่าลือ และรายละเอียดบางอย่างยังเคลือบแคลงอยู่ — เห็นได้อย่างชัดเจนว่า นางมากาเร๊ต แลนดอนได้จดบันทึกลงด้วยความเร่งรีบ ลายละเอียดถูกเสริมขึ้นเพื่อสบประมาทนางสังวาลย์ ซึ่งเป็นพระราชมารดาของกษัตริย์อานันทมหิดลและกษัตริย์ภูมิพล นางสังวาลย์เกิดมาจากตระกูลสามัญชนและไม่เคยได้รับความชื่นชอบ จากกลุ่มพระบรมวงศานุวงศ์ส่วนใหญ่ เรื่องนี้ไม่สามารถรับการพิจารณาได้ว่าเป็นรายละเอียดที่น่าเชื่อถือหรือไม่ ไม่ว่าโดยวิธีใดๆ ก็ตาม แต่มันอาจแสดงให้เห็นถึงความคิดเพียงแวบเดียวว่าอะไรเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันวิปโยคนั้น ที่ได้เปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปอย่างชั่วนิรันดร์ การจดบันทึก มีแปล June 6, 1971 Lydia — The King’s death When she arrived in Thailand with Chok, she was received as royalty, and the King granted her the immunity from arrest without his consent that the Royal Family enjoys. She came to know leading members of the Royal Family and mentioned especially Prince Wan and Prince Rangsit. Also several others. She said that from a member of the RF she learned their version of King Ananda’s death. I surmise that the source of her [knowledge?] was Prince Rangsit, probably through members of his family. The story begins in America where Mahidol’s mother, Phra Pan Wassa (ask Winit about use of this word. Is it grandmother of a king?) sent two girls from her entourage to study (ostensibly) but also to serve as mia noi to the prince. The old Queen was always strongly anti-foreign and was afraid of possible involvement with a foreign woman. Mahidol fell in love with Sangwan and decided to marry her. When he wrote of his intention, his letter was not correctly interpreted, his mother thought that he was coming home to marry and, in the meantime, was taking Sangwan as mia noi. There was consternation in the RF when the two reached Bangkok and the real purpose was discovered. I believe the old Queen was irreconcilable and that the King refused to perform the marriage but that M tricked a prince (Nagor Svarga) into doing so. The dowager Queen’s palace was Pathumwan, and she never permitted Sangwan to cross the threshold. After her death Phumiphol conferred the palace on his mother, as compensation, but the dislike of Sangwan was continued in the RF. Many of the details in The Devil’s Discus are correct. The OSS gave Ananda the gun with which he was killed. He had not been feeling well June 8. Both boys liked guns. (Kenneth’s story of jeep.) On the morning of June 9, Ananda was still unwell. He lay in his bed playing with the gun. Phumiphol came in. Ananda held gun to P’s head and said, “I could kill you.” P then took it and held it to A’s head and said, “I could kill you, too.” A said, “Pull it! Pull it!” P did and killed Ananda. Lydia believes the killing was accidental. This is the point that would never be cleared up. P was appalled, horrified. The map of the palace is in the Discus, and the room where the King died is now part of the palace used to greet visiting VIPs. Lydia had a chance to see it as one of the party of a South American diplomat and the guide taking them through showed her the room & location of the bed on which the King died. The two pages later executed for the “crime” saw the killing take place since, as soon as the King awoke, they had to be in attendance. Phumiphol ran from the room into the corridor and to his mother’s room. As he reached it a man came out of the bedroom. This, Lydia said from the version given her by the RF, was a terrible shock to P. And yet, if his mother had a paramour it seems unlikely that he did not know it. The man Lydia calls “that secretary,” obviously thinking we would know whom she meant. P poured out his terrible story, and events began to take a course for which the RF blames Sangwan. They say that she was proud to be the mother of a King and instantly decided to suppress the truth in order to protect Phumihol and guard his right to succeed his brother, and of her determination, they say, to retain her own position. The RF believes that she should have insisted that the truth be told. They believe the death was truly an accident, not murder, and that the people should have been so informed. After that, they say, Phumiphol should have gone into the priesthood for life and allowed the Crown to pass to some other member of the RF. This would have been an honorable course as well as an honest one. Lydia thought the RF believed the Crown would have passed to Chula. I doubt it since he was specifically excluded by King Chulalongkorn because his mother was Russian. Furthermore he had married an Englishwoman and had only one child, a daughter, whom [?] says is not his child at all but the child of a young protégé, a member of the RF who lived with Chula and [?] and who committed suicide after the birth of Chula’s “daughter”. Chula acknowledged the child. Curiously enough, the logical candidate would have been Prince Chumphot, but he, too, had no sons and only a daughter, who married a Frenchman. Lydia says that Luang Pradit now has in his possession a letter from Luang Pibul, written a year before his death, acknowledging that the charge of complicity made against Pradit in the King’s death was false and that he, Luang Pibul, always knew this. แปล 6 มิถุนายน พ.ศ. 2514 ลิเดีย — การเสด็จสวรรคตของพระมหากษัตริย์ เมื่อเธอเดินทางมาถึงประเทศไทยพร้อมกับนายโชค (Chok) เธอได้รับการต้อนรับเหมือนกับเจ้านายในพระบรมวงศานุวงศ์ และพระมหากษัตริย์ได้ให้พระบรมราชานุญาตในเรื่องสิทธิคุ้มครอง (immunity) จากการถูกจับกุมโดยปราศจากการยินยอมของพระองค์ก่อน ซึ่งกลุ่มพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์มีเอกสิทธิ์นี้เช่นกัน ในเวลาต่อมา เธอได้รู้จักกับสมาชิกชั้นนำของครอบครัวพระบรมวงศานุวงศ์และได้ถูกกล่าวถึงอย่างเป็นพิเศษจากเจ้าชายวรรณ (Prince Wan ) (อาจหมายถึง พระองค์เจ้า วรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์- Prince Wan Waithyakon. Kromamun Naradhip Bongsprabandh- ผู้แปล) และเจ้าชายรังสิต (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร) รวมไปถึงอีกหลายๆ พระองค์ด้วย เธอกล่าวว่า จากคำบอกเล่าของสมาชิกในพระบรมวงศานุวงศ์ท่านหนึ่ง เธอได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องเล่าของพวกเขาในเรื่องการเสด็จสวรรคตของกษัตริย์อานันทมหิดล เธอคาดการณ์ว่า แหล่งข้อมูลที่ให้ (ข้อเท็จจริง?) กับเธอนั้น มาจากพระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ เป็นไปได้ว่า จากปากของสมาชิกในครอบครัวของพระองค์เอง เรื่องนี้เริ่มขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อพระมารดาของกษัตริย์อานันทมหิดล คือ สมเด็จพระพันวัสสาอยิกาเจ้า (ถามวินิจเกี่ยวกับการใช้คำคำนี้ มันมีความหมายว่าเป็นคุณย่าของกษัตริย์ใช่ไหม?) ได้ส่งผู้หญิงสองคนจากคณะผู้ติดตามของพระองค์ เพื่อไปศึกษาต่อ (อย่างโอ้อวด) แต่ต้องทำหน้าที่เป็น “เมียน้อย” ให้กับเจ้าชายมหิดลอีกด้วย พระราชินีผู้ชราภาพแสดงออกเสมอๆว่า ต่อต้านคนต่างชาติอย่างรุนแรงและมีความกลัวเป็นอย่างยิ่งต่อความเป็นไปได้ที่จะมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงต่างชาติ เจ้าชายมหิดลตกหลุมรักกับนางสาวสังวาลย์และตัดสินพระทัยที่จะอภิเษกสมรสกับเธอ เมื่อเจ้าชายมหิดลเขียนจดหมายให้ทราบถึงความประสงค์ของพระองค์ จดหมายของพระองค์ได้ถูกตีความหมายผิดพลาดไป พระราชมารดาของพระองค์คิดว่าพระองค์จะกลับบ้านเพื่อทำการอภิเษกสมรส และในเวลานั้น นางสาวสังวาลย์อยู่ในฐานะของ “เมียน้อย” สร้างความตกตะลึงเป็นอย่างยิ่งในหมู่ของพระบรมวงศานุวงศ์ เมื่อทั้งสองได้เดินทางถึงกรุงเทพและจุดประสงค์อย่างแท้จริงได้ถูกเปิดเผยขึ้นมา ฉันเชื่อว่าพระราชินีผู้ชราภาพนั้นไม่สามารถยินยอมในเรื่องนี้ได้ และตัวพระมหากษัตริย์เองก็ยังปฎิเสธที่จะจัดพระราชพิธีอภิเษกสมรส แต่เจ้าชายมหิดลเองได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต (กรมหลวงนครสวรรค์) เป็นผู้ประกอบพิธีให้จนสำเร็จ พระราชวังของพระราชินีผู้สูงศักดิ์อยู่ที่ปทุมวัน และพระองค์ไม่เคยอนุญาตให้นางสังวาลย์เข้ามาในเขตพระราชฐานได้ หลังจากที่พระราชินีทรงเสด็จสวรรคตแล้ว กษัตริย์ภูมิพลได้มอบพระราชวังแห่งนี้ให้กับพระราชมารดาของพระองค์ เพื่อเป็นการตอบแทน แต่ความเกลียดชังต่อนางสังวาลย์ยังคงมีอยู่ในครอบครัวของพระบรมวงศานุวงศ์ รายละเอียดหลายเรื่องที่อยู่ในหนังสือ The Devil’s Discus (กงจักรปีศาจ) เป็นเรื่องที่ถูกต้อง สำนักงานบริการยุทธศาสตร์ (OSS) ได้มอบปืนกระบอกหนึ่งให้กับกษัตริย์อานันทมหิดล ซึ่งเป็นปืนกระบอกเดียวกับที่ทำให้พระองค์เสด็จสวรรคต พระองค์ไม่ค่อยสบายพระวรกายเท่าไรนักเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พี่น้องทั้งสองพระองค์ชอบปืน (เรื่องเล่าของเคนเนทดำเนินต่อไป) ในตอนเช้าของวันที่ 9 มิถุนายน กษัตริย์อานันทมหิดลยังประชวรอยู่ พระองค์บรรทมอยู่บนเตียงพร้อมกับหยิบปืนขึ้นมาเล่น เจ้าฟ้าชายภูมิพลเสด็จเข้ามาข้างในห้องบรรทม กษัตริย์อานันทมหิดลจับปืนขึ้นจ่อไปที่พระเศียรของเจ้าฟ้าภูมิพลและกล่าวว่า “ฉันสามารถฆ่าเธอได้” จากนั้น เจ้าฟ้าภูมิพลก็แย่งปืนมาและยกมันจ่อที่พระเศียรของกษัตริย์อานันทมหิดล และกล่าวว่า “ฉันก็ฆ่าเธอได้เช่นกัน” กษัตริย์อานันทมหิดล กล่าวว่า “เหนี่ยวไกเลย! เหนี่ยวไกเลย!” เจ้าฟ้าภูมิพลก็ทำตามนั้นและปลงพระชนม์กษัตริย์อานันทมหิดล นางลิเดียเชื่อว่า การปลงพระชนม์เป็นอุบัติเหตุ นี่เป็นจุดที่ไม่เคยมีการสะสางข้อเท็จจริงกัน เจ้าฟ้าภูมิพลตกใจจนลนลานและหวาดกลัวไปหมด แผนที่ของพระบรมมหาราชวังอยู่ในหนังสือกงจักรปิศาจ และห้องบรรทมที่กษัตริย์อานันทมหิดลเสด็จสวรรคต ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของพระบรมมหาราชวังที่ใช้ในการต้อนรับพระราชอาคันตุกะระดับสูง (VIPs) นางลิเดียเคยมีโอกาสได้เห็นมัน เมื่อเข้าร่วมในงานปาร์ตี้ของคณะทูตานุทูตจากทวีปอเมริกาใต้ มัคคุเทศก์ที่อยู่ในงานได้เล่าเรื่องราวและนำกลุ่มอาคันตุกะเข้าชมห้องต่างๆ รวมทั้งตำแหน่งของเตียงที่กษัตริย์อานันทมหิดลเสด็จสวรรคต หลังจากนั้น มหาดเล็กสองคนได้ถูกประหารชีวิตเนื่องจาก “อาชญากรรม” ที่ได้เห็นการฆาตกรรมที่เกิดขึ้นตรงหน้า เนื่องจากว่า เมื่อองค์พระมหากษัตริย์ตื่นจากบรรทมเมื่อไร พวกเขาจะต้องเข้าไปถวายการรับใช้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เจ้าฟ้าภูมิพลได้วิ่งเข้าออกจากห้องบรรทมไปยังเฉลียงและเข้าไปในห้องบรรทมของพระราชมารดาของพระองค์ เมื่อพระองค์ไปถึง ก็มีผู้ชายคนหนึ่งออกมาจากห้องนอนนั้น เรื่องนี้ (นางลิเดียกล่าวว่า มาจากเรื่องเล่าจากการบอกเล่าของสมาชิกในพระบรมวงศานุวงศ์คนหนึ่ง) สร้างความตกตะลึงแทบช้อคให้กับเจ้าฟ้าภูมิพลในทันที และถึงกระนั้นก็ตาม ถ้าพระราชมารดาของพระองค์มีชู้รักแล้ว มันดูเหมือนว่า ไม่มีแนวโน้มใดๆ ที่พระองค์จะไม่ทราบเรื่องนี้บ้างเลย นางลิเดียเรียกผู้ชายคนนี้ว่า “เลขานุการคนนั้น” ซึ่งชัดเจนอยู่แล้วว่า เราควรจะรู้แล้วว่าเธอหมายถึงใคร กษัตริย์ภูมิพลเล่าเรื่องราวอันน่าสยดสยองของพระองค์ และเหตุการณ์ต่างๆ ก็เริ่มต้นที่จะดำเนินตามวิถีทางของมัน เมื่อพระบรมวงศานุวงศ์กล่าวติเตียนนางสังวาลย์ พวกเขากล่าวว่า พระองค์มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เป็นพระราชมารดาของกษัตริย์และตัดสินใจอย่างทันท่วงทีที่จะเก็บกดความจริงเอาไว้เพื่อปกป้องเจ้าฟ้าภูมิพลและรักษาสิทธิของพระองค์ เพื่อสืบราชสมบัติต่อจากพระเชษฐาของพระองค์ และพวกเขากล่าวว่า มันเป็นปณิธานของพระองค์เองที่จะคงอยู่ในตำแหน่งเดิมของพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์เชื่อว่า นางสังวาลย์ควรยืนยันที่จะเปิดเผยความจริงให้รับรู้กัน พวกเขาเชื่อว่าการเสด็จสวรรคตนั้นแท้จริงแล้วเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่การฆาตกรรม และประชาชนควรได้รับทราบว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขากล่าวว่า หลังจากนั้น เจ้าฟ้าภูมิพลควรสละราชสมบัติไปเป็นพระภิกษุตลอดชีวิตและยินยอมให้ราชสมบัตินั้นผ่านไปยังสมาชิกของพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่นแทน วิธีการนี้จะเป็นวิถีทางที่น่ายกย่องซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสุจริตใจ นางลิเดียคิดว่า ฝ่ายพระบรมวงศานุวงศ์เชื่อว่า การสืบราชสมบัตินั้นจะถูกผ่านมายังพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร https://drive.google.com/file/d/11gpIiBnXJb6YLXQc92nITO4YtnqVaRNq/view?usp=drivesdk (ลิงค์อ่านบันทึก) #mindsth #MindsTH #Kingrama9

183Upvotes
1Downvote
110Reminds

More from prophet1

เรื่องจริงของในหลวงภูมิพล คือ เขาไม่เคยจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโลซาน เขาลาออกและไม่สามารถสำเร็จการศึกษาได้ เขาไม่ได้รับใบปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย เพราะเขาไม่ได้มีใบปริญญาจริงๆ สักใบเลย คุณสามารถตรวจสอบการบันทึกของมหาวิทยาลัยโลซานได้ คุณจะพบว่าในหลวงภูมิพลไม่เคยได้รับใบปริญญา ฉันเขียนเรื่องนี้เอาไว้เมื่อ 8 ปีที่แล้ว Cr. Andrew Mc Marshall ขออภัยหากแปลผิด ลิงค์ อ่าน ปริญญาแห่งการลวงโลก https://www.zenjournalist.org/2013/03/25/ปริญญาแห่งการลวงโลก/ #mindsth #MindsTH #Kingrama9
299 views ·
เรื่องจริงของในหลวงภูมิพล คือ เขาไม่เคยจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโลซาน เขาลาออกและไม่สามารถสำเร็จการศึกษาได้ เขาไม่ได้รับใบปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย เพราะเขาไม่ได้มีใบปริญญาจริงๆ สักใบเลย คุณสามารถตรวจสอบการบันทึกของมหาวิทยาลัยโลซานได้ คุณจะพบว่าในหลวงภูมิพลไม่เคยได้รับใบปริญญา ฉันเขียนเรื่องนี้เอาไว้เมื่อ 8 ปีที่แล้ว Cr. Andrew Mc Marshall ขออภัยหากแปลผิด ลิงค์ อ่าน ปริญญาแห่งการลวงโลก https://www.zenjournalist.org/2013/03/25/ปริญญาแห่งการลวงโลก/ #mindsth #MindsTH #Kingrama9
1.74k views ·

ภาพเปลือยสิริกิติ์ 3/3 จรูญพันธ์บอกว่าบทความนี้ไม่ตรงข้อเท็จจริง เป็นการดูหมิ่นพระราชินี และน่าจะเปรียบเหมือนกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของ กษัตริย์ ไม่มากก็น้อย ทูตอังกฤษได้ขอโทษในเรื่องนี้ ทูต US บอกว่าเขาถูกขอให้ทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อหยุดยั้งการตีพิมพ์และเผยแพร่ #mindsth #MindsTH

980 views ·

More from prophet1

เรื่องจริงของในหลวงภูมิพล คือ เขาไม่เคยจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโลซาน เขาลาออกและไม่สามารถสำเร็จการศึกษาได้ เขาไม่ได้รับใบปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย เพราะเขาไม่ได้มีใบปริญญาจริงๆ สักใบเลย คุณสามารถตรวจสอบการบันทึกของมหาวิทยาลัยโลซานได้ คุณจะพบว่าในหลวงภูมิพลไม่เคยได้รับใบปริญญา ฉันเขียนเรื่องนี้เอาไว้เมื่อ 8 ปีที่แล้ว Cr. Andrew Mc Marshall ขออภัยหากแปลผิด ลิงค์ อ่าน ปริญญาแห่งการลวงโลก https://www.zenjournalist.org/2013/03/25/ปริญญาแห่งการลวงโลก/ #mindsth #MindsTH #Kingrama9
299 views ·
เรื่องจริงของในหลวงภูมิพล คือ เขาไม่เคยจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโลซาน เขาลาออกและไม่สามารถสำเร็จการศึกษาได้ เขาไม่ได้รับใบปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย เพราะเขาไม่ได้มีใบปริญญาจริงๆ สักใบเลย คุณสามารถตรวจสอบการบันทึกของมหาวิทยาลัยโลซานได้ คุณจะพบว่าในหลวงภูมิพลไม่เคยได้รับใบปริญญา ฉันเขียนเรื่องนี้เอาไว้เมื่อ 8 ปีที่แล้ว Cr. Andrew Mc Marshall ขออภัยหากแปลผิด ลิงค์ อ่าน ปริญญาแห่งการลวงโลก https://www.zenjournalist.org/2013/03/25/ปริญญาแห่งการลวงโลก/ #mindsth #MindsTH #Kingrama9
1.74k views ·

ภาพเปลือยสิริกิติ์ 3/3 จรูญพันธ์บอกว่าบทความนี้ไม่ตรงข้อเท็จจริง เป็นการดูหมิ่นพระราชินี และน่าจะเปรียบเหมือนกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของ กษัตริย์ ไม่มากก็น้อย ทูตอังกฤษได้ขอโทษในเรื่องนี้ ทูต US บอกว่าเขาถูกขอให้ทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อหยุดยั้งการตีพิมพ์และเผยแพร่ #mindsth #MindsTH

980 views ·