...งจากกัญชาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกกฎหมายไปแล้ว (อ้างอิง: Government jobs sprouting as legal pot looms in California - https://www.washingtonpost.com/national/government-jobs-sprouting-as-legal-pot-looms-in-california/2017/09/30/8be9bf08-a5ed-11e7-b573-8ec86cdfe1ed_story.html) ---------------------------------- นครลอส แองเจิลลีส: ตำแหน่งหน้าที่การงานมีอาชีพการเป็น นักวิทยาศาสตร์, ผู้ทำการเก็บภาษีอากร, พนักงานป้อนพิมพ์ข้อมูลเข้าสู่ระบบ, ผู้ชำนาญการวิเคราะห์, นักกฎหมาย และนักวิทยาศาสตร์อีกหลายสาขา การใช้กัญชาเพื่อการสันทนาการ (Recreational marijuana) จะกลายเป็นเรื่องถูกต้องตามกฎหมายเมื่อเริ่มต้นปี พ.ศ. 2561 และเรื่องหนึ่งที่เริ่มงอกเงยในอุตสาหกรรมที่เพิ่งผุดขึ้นมานี้ ไม่ใช่เกี่ยวกับเรื่องดอกไม้ใบหญ้าสีเขียวแต่อย่างใด – แต่มันกลายเป็น ตำแหน่งการงานภายในรัฐบาลต่างหาก ในเวลานี้ ทางรัฐบาลของรัฐแคลิฟอร์เนียกำลังอยู่ในช่วงระยะของการประกาศว่าจ้างบุคลากร เพื่อเข้าไปประจำตำแหน่ง และท้ายที่สุดแล้ว ก็จะมีตำแหน่งใหม่ๆ เพิ่มขึ้นในรัฐบาลนับหลายร้อยตำแหน่ง ภายในปี พ.ศ. 2562 และจุดประสงค์ก็เพื่อ นำเอาเรื่องของความถูกต้องตามกฎหมายในการเสพกัญชามาปฏิบัติใช้ต่อการช่วยเหลือเรื่องทางเศรษฐกิจ หลังจากที่ทำการเฝ้ามองสังเกตการณ์ว่า อะไรจะแทรกซึมเข้ามาสู่กระแสของการเจริญเติบโตเกี่ยวกับเรื่องเกี่ยวกับกัญชา ด้วยการตรวจสอบเช็คประวัติพื้นเพเบื้องหลังชองผู้ประกอบการขายผลผลิตต่างๆ ซึ่งต้องการใบอนุญาตการค้าขายจากรัฐบาล และมีการคาดหวังกันว่า จะมีตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนนับพันตำแหน่ง ที่จะเข้าไปเพิ่มสู่ส่วนงานในรัฐบาลส่วนท้องถิ่นต่างๆ อีกด้วย การขยายตัวของระบบทางการอย่างรวดเร็ว เป็นตัวแทนให้เห็นเพียงมุมมองเดียวในเรื่องของการท้าทายอันยุ่งยากสลับซับซ้อน ที่ทางรัฐแคลิฟอร์เนียต้องเผชิญหน้าอยู่: เมื่อเดือนมกราคมที่กำลังจะมาถึงนี้ ทางการของรัฐจะรวมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้กัญชาทางการแพทย์ (Medical Cannabis) ไปเข้ากับกลุ่มของการใช้กัญชาเพื่อการสันทนาการ ให้เข้ามาอยู่ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว เรื่องนี้ทำให้กลายเป็นฐานเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสหรัฐอเมริกา ในเรื่องของการค้าขายกัญชาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ---------------------------------- เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีพนักงานที่ทำงานเต็มเวลาทั้งหมดเพียงแค่ 11 คน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทราบกันในปัจจุบันว่า เป็นหน่วยงานของกองควบคุมกัญชา (Bureau of Cannabis Control) หัวหน้าผู้ออกระเบียบควบคุมองค์กรของรัฐ เป็นผู้กำกับดูแลตลาดการซื้อขายกัญชาทั้งหมด ในเวลานี้ จำนวนพนักงานได้เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าตัว และในเดือนกุมภาพันธ์ของปี พ.ศ. 2561 นี้ ทางองค์กรคาดหวังว่า จะมีพนักงานเป็นจำนวนเพิ่มขึ้นอีกมากกว่า 100 คน เนื่องจากว่า พนักงานมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และสถานที่ทำงานแห่งเก่า ก็คับแคบลงไปตามตัว ดังนั้น ทางองค์กรก็เริ่มทำการย้ายหน่วยงานไปตั้งอยู่ ณ สถานที่แห่งใหม่ในปลายปีนี้ เป็นที่คาดหวังกันว่า ในท้ายที่สุดแล้ว หน่วยงานสาขาต่างๆ ก็จะขยายตัวไปอยู่ทั่วทุกแห่งภายในรัฐ ยังมีตำแหน่งงานอีกเป็นจำนวนนับสิบๆ ตำแหน่ง ที่เพิ่มขึ้นมา เพื่อทำการออกใบอนุญาตให้กับผู้ค้าขาย, ผู้ทำการเพาะปลูก, ผู้ขับรถบรรทุกเพื่อส่งผลิตภัณฑ์, บริษัทผู้ทำการผลิต และอาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกันกับอุตสาหกรรมที่คาดหมายว่าจะมีมูลค่ามากถึง 7 พันล้านเหรียญ (231,000 ล้านบาท) ทางรัฐแคลิฟอร์เนีย ก็เริ่มใช้การโฆษณาผ่าน Facebook เพื่อล่อตาล่อใจให้กับผู้สมัครงานทั้งหลายด้วย --------------------------------- ทางกองควบคุมกัญชา ได้ใช้ส่วนหนึ่งของวิดิโอที่แสดงโดยคุณจิม แคร์รี่ (Jim Carrey) ซึ่งใช้นิ้วมือของเขากระแทกลงไปบนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ เพื่อทำให้ผู้ที่คาดหวังว่าจะสมัครงานออนไลน์เข้ามา ได้สะดุดหยุดชมข้อความเหล่านี้ มันอ่านหน้าจอได้ว่า “กรอกใบสมัครไปส่งโดยเร็ว .. ก่อนที่นายคนนี้จะแซงหน้าคุณไปก่อนนะ” ยังมีโพสต์ตามมาอีกว่า “งานใหม่ๆ ก็อยู่ตรงหน้าแล้วนะ.... เรากำลังทำการว่าจ้างอยู่” งบประมาณของรัฐบาลรัฐแคลิฟอร์เนียปีนี้ ประกอบด้วยเงินจำนวน $100 ล้านดอลล่าร์ (3,300 ล้านบาท) เพื่อเป็นกองทุนสำหรับโครงการออกกฎระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องกัญชา ซึ่งรวมไปถึงบุคลากรในการตรวจตราและเป็นผู้ออกใบอนุญาต รวมถึงเผ้ามองสถานะของสิ่งแวดล้อมและการออกบังคับใช้กฎหมายอีกด้วย การเตรียมตัวว่าจ้างการทำงานในปี พ.ศ. 2561 นี้จะรวมไปถึง หน่วยงานอีกหลายแห่งของรัฐ: บุคลากรจำนวน 50 คนจะถูกส่งเข้าไปทำงานที่กระทรวงสาธารณสุข (ของรัฐ), 65 คนถูกกำหนดห้ไปร่วมอยู่ในสำนักงานคณะกรรมการควบคุมทรัพยากรน้ำ และพนักงานใหม่อีกจำนวน 60 คนก็ถูกคาดหวังว่าจะไปทำงานอยู่ที่กระทรวงอาหารและการเกษตร (Food and Agriculture) ซึ่งจะเป็นผู้กำกับดูแลเรื่องใบอนุญาตให้กับเกษตรกรซึ่งทำการเก็บเกี่ยวพืชผล --------------------------------------- ตำแหน่งงานบางตำแหน่งก็เป็นเรื่องที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญระดับสูงมาก นักวิทยาศาสตร์ในสาขาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม จะมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการสร้างมาตรฐานเกี่ยวกับการปลูกกัญชาใกล้กับลำธารสายน้ำ, พร้อมกับสร้างความมั่นใจต่อการใช้ปุ๋ยหรือยาฆ่าแมลงว่า จะต้องไม่สร้างความเสียหายต่อน้ำหรือแม้กระทั่งเป็นอันตรายต่อปลา ส่วนนักวิศวกรจะเป็นผู้ทำการตรวจตราดูแลเรื่องน้ำบาดาล (Groundwater) และน้ำที่ถูกเปลี่ยนกระแสเส้นทางออกมา เพื่อใช้ในการบำรุงต้นพืชเหล่านั้น ส่วนความต้องการบุคลากรทางด้านกฎหมาย ก็เพื่อช่วยทำการคัดแยกประเด็นต่างๆ ที่เป็นเรื่องยุ่งยาก รวมไปถึงเรื่องกฎหมายของรัฐ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสับสนในเรื่องของสิ่งแวดล้อมต่างๆ เงินตอบแทนรายปีจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง แต่มันสามารถเป็นเรื่องที่น่าสะดุดใจ และตำแหน่งของนักวิทยาศาสตร์บางตำแหน่ง ก็ได้ค่าตอบแทนมากกว่า 1 แสนเหรียญต่อปี (3.3 ล้านบาท) ผู้ตรวจการ (สืบสวน) พิเศษ (Special Investigators) ที่ทำงานให้กับกระทรวงกิจการผู้บริโภค (Consumer Affairs Department) ก็สามารถมีรายได้อยู่ราวๆ 8 หมื่นเหรียญต่อปี (2.64 ล้านบาท) ----------------------------------- ไม่ว่าจะเป็นเรื่องถูกกฎหมายหรือไม่ก็ตาม การตรวจตราบังคับใช้กฎหมายเรื่องกัญชาในการเพาะปลูก ก็เป็นเรื่องของความวิตกกังวลมาเป็นเวลาอย่างยาวนานภายในรัฐ เมื่อไม่นานมานี้ สมาชิกวุฒิสภาของรัฐ คือ วุฒิสภาเท็ด เกนส์ (Ted Gaines) สังกัดพรรครีพับลิกัน จากเอล โดราโด้ (El Dorado) ได้เรียกร้องให้นายเจอร์รี่ บราวน์ (Jerry Brown) ซึ่งเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ประกาศภาวะฉุกเฉินภายในรัฐ ที่เขตมณฑลซิสกิยู่ (Siskiyou County) เนื่องจากว่า การปลูกกัญชาอย่างผิดกฎหมายได้แผลงฤทธิ์ออกมาให้เห็นกันอย่างซึ่งๆ หน้า วุฒิสมาชิก Gaines กล่าวว่า อาชญากรปฎิบัติกับเขตมณฑลนี้ เปรียบเสมือว่า ทุกๆ แห่งในท้องที่เป็น “เรือนกระจกที่ผิดกฎหมายของพวกเขาเอง” ในขณะที่ทำการสร้างมลพิษกับทางเดินน้ำด้วยการใช้ยาฆ่าแมลงและโยนสิ่งปฎิกูลอื่นๆ ลงไป ในขณะเดียวกัน ทางรัฐบาลของรัฐและของท้องถิ่น ต่างก็รีบเร่งในการผ่านกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ในการบริหารเศรษฐกิจเรื่องใหม่เกี่ยวกับกัญชา เท่าที่เวลาผ่านไปชั่วระยะหนึ่ง กระบวนการเหล่านี้ได้สร้างผลลัพธ์ทั้งในแง่บวกและในแง่ลบให้เห็นกัน ทางรัฐแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า จะพร้อมในการเริ่มการออกใบอนุญาตต่างๆ ในเดือนมกราคมหน้า ถึงแม้ว่าจะเป็นใบอนุญาตการประกอบการชั่วคราวก็ตาม --------------------------------- ส่วนที่เขตมณฑลเมนโดซิโน่ (Mendocino County) ซึ่งอยู่ติดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก มีเกษตรกรจำนวน 700 คนที่ยื่นขอใบอนุญาตประกอบการในท้องถิ่น ถึงแม้ว่าจะมีการประเมินก่อนหน้าว่า จะมีผู้คนนับพันนับหมื่นที่ต้องการจะปลูกกัญชาในเขตมณฑลนี้ ซึ่งอยู่ขึ้นไปทางเหนือของเมืองซาน ฟรานซิสโก (San Francisco) ก็ตาม ความหวาดหวั่นก็คือว่า ผู้ทำการเพาะปลูกและผู้ทำการขายเป็นจำนวนมาก จะยังคงฝังตัวอยู่ในตลาดมืด ซึ่งเป็นการตัดราคาขายที่ถูกต้องตามกฎหมาย “สิ่งที่ผมห่วงใยมากที่สุดคือ กฎข้อบังคับของรัฐ อาจจะพิสูจน์ได้ว่ามันเป็นภาระอันยากยิ่ง เนื่องจากว่า มันจะทำให้ผู้คนที่ต้องการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย เกิดความท้อใจที่จะออกมาแสดงตัวกัน” กล่าวโดยคุณจอห์น แม็กโคเวน (John McCowen) ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการผู้กำกับดูแลประจำเขตมณฑลกล่าว “และเรื่องนี้ มันก็หมายถึงโอกาสอย่างใหญ่หลวงมากกว่า ให้กับผู้ที่กำลังดำเนินการซื้อขายอยู่ในตลาดมืดนั่นเอง” คุณ McCowen เสริมท้าย ----------------------------------------- ในขณะที่ทางรัฐกำลังเพิ่มจำนวนงานเข้าไปหลายตำแหน่ง เพื่อที่จะกำกับดูแลตลาดการค้าเหล่านี้ ทางการบังคับใช้กฎหมายก็ต้องเผชิญหน้ากับอุปสงค์ตัวใหม่ซึ่งเข้ามาพร้อมกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น นั่นคือ จากการทำให้ท้องถนนหนทาง ปราศจากผู้ขับรถซึ่งมึนเมาจากการเสพ (Stoned Drivers) และช่วยให้เอาพืชพันธุ์เหล่านี้ออกไปจากเงื้อมมือของผู้ประกอบการที่ผิดกฎหมาย กองตำรวจทางหลวงของรัฐแคลิฟอร์เนีย (California Highway Patr0l หรือ CHiPs) ก็ทำการขยายการฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อการชี้ตัวผู้ขับรถที่มีอาการเสพจนมึนเมา ในเมืองต่างๆ ที่ได้รับการอนุญาตให้ทำการเพาะปลูก, ทำการอุตสาหกรรม หรือ ทำการค้าขายได้, หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะรวมไปถึงการปกป้องภัยให้กับผู้ที่ดำเนินการอย่างถูกกฎหมาย ให้ปราศจากกลุ่มแก้งค์อันธพาลต่างๆ ซึ่งมีความประสงค์ในการผลักดันพวกเขาให้เลิกประกอบธุรกิจกัน และประเด็นสำคัญคือ การดูแลรักษากัญชาที่ปลูกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ให้เคลื่อนย้ายเข้าไปสู่ตลาดมืด ในการต่อสู้กับการกระทำต่างๆ อันเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะด้วยการออกกฎหมายขึ้นมาบังคับใช้ หรือ ใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตาม “เราก็ต้องลงทุนในเรื่องเหล่านี้กับมัน” กล่าวโดย คุณเอดเวริ์ด เมดราโน่ (Edward Medrano) ซึ่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจของเมืองการ์เดนน่า (Gardena) และยังเป็นประธานสมาคมผู้บัญชาการตำรวจของรัฐแคลิฟอร์เนียอีกด้วย (California Police Chiefs Association) --------------------------------------------------- ความคิดเห็นของผู้แปล: ขอเขียนเป็นความรู้นิดหน่อย (อาจจะตกหล่นไปบ้าง) คำว่า กัญชา นั้น มาจากคำว่า ganja (สันสกฤต) ทางฝรั่งตะวันตกจะใช้คำแสลงกันมากๆ คำที่ใช้เป็นทางการคือ Cannabis; ส่วนที่เหลือและพบบ่อยคือ Marijuana (ภาษาสเปน และฝรั่งเศสใช้); weeds; grass; joint; Thai Sticks; pot ฯลฯ นานๆ ครั้งจะเห็นคำว่า bhaang ค่ะ แต่ความหมายใกล้เคียงกัน ส่วนคำว่า บ้อง หรือ Bong กลายเป็นภาษาอังกฤษ สากลไปแล้ว คำนี้ มาจากภาษาไทยค่ะ แปลจริงๆ ก็คือ เครื่องมือที่ใช้เสพกัญชานั่นแหละ ------------------------- ดิฉันคิดว่า อีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า รัฐต่างๆ อีกหลายๆ รัฐในประเทศสหรัฐอเมริกา จะมีการออกกฎหมายให้การเสพกัญชาเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ เหมือนกับอีกหลายประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป แต่ทางประเทศอเมริกายังมีความเป็นอนุรักษ์นิยมสูงอยู่ จึงเป็นเรื่องที่ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เคยถามเจ้าหน้าที่ผู้บังคับกฎหมายในรัฐ Alaska ว่า มันคุ้มหรือไม่ที่เรื่องกัญชานี้เป็นเรื่องถูกต้องตามกฎหมายไป (Alaska ก็เป็นรัฐกลุ่มแรกๆ ที่ผ่านกฎหมายให้กัญชาเป็นเรื่องถูกกฎหมาย) หลายๆ คนที่คุยด้วยก็บอกว่าคุ้ม เพราะการดำเนินการต่างๆ ได้เปลี่ยนไป ไม่ต้องเสียแรงเสียเวลาออกไปจับกุมผู้คนในเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ และก็ไม่ต้องไปรบกวนเวลากับศาลยุติธรรม หรือ อัยการที่จะต้องทำการส่งฟ้องเรื่องเหล่านี้ paperwork ต่างๆ ก็จะลดจำนวนลงเป็นจำนวนมาก เอาเวลาที่มีค่า ไปทำงานที่ช่วยเหลือ ปกป้องชีวิตผู้คนกันดีกว่า พอเห็นเรื่องนี้ ก็เลยต้องมาเทียบกับของไทย เพราะการมีกัญชาอยู่ในความครอบครอง ก็ยังผิดกฎหมายเป็นอย่างมาก ดิฉันลองไปค้นๆ ดู ก็พบว่า กัญชา ถูกจัดอยู่ในประเภทของ “ยาเสพติดให้โทษ” และคำว่า “ให้โทษ” นั้น กลับไม่ได้ใช้กับพวก ซิการ์หรือบุหรี่เลย ----------------------- กฎหมายไทยกล่าวไว้ว่า: มาตรา 7 พรบ.ยาเสพติดให้โทษฯ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ ประเภท 5 ยาเสพติดให้โทษที่มิได้เข้าอยู่ในประเภท 1 ถึงประเภท 1 เช่น กัญชา พืชกระท่อม ส่วนมาตรา มาตรา 76/1 ผู้ใดจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 26 วรรคหนึ่ง โดยมีจำนวนยาเสพติดให้โทษไม่ถึงสิบกิโลกรัม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้ามียาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตั้งแต่สิบกิโลกรัมขึ้นไป ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงหนึ่งล้านห้าแสนบาท ---------------------------- อย่างที่เห็นคือ กฎหมายเขียนไว้กว้างมาก ไม่ว่าจะมีกัญชาอยู่ในความครอบครองเป็นจำนวนหนึ่งมวน ก็มีโทษเท่ากับ 10 กิโลกรัม (ตามมาตรา 26 วรรคหนึ่ง) เลยเป็นการหารายได้ตั้งแต่สี่หมื่นบาท ไปจนถึงสองแสนบาทกัน (ถ้ามี 9 กิโลกรัม ก็คงใช้การตีความหมายแบบเดียวกันได้ และเราก็อาจจะเห็นว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การสูบบุหรี่จะเริ่มลดลงไปตามลำดับ แต่การเสพกัญชา อาจจะเพิ่มมากขึ้น เพราะมีส่วนอ้างอิงเรื่องของ “ทางการแพทย์” เข้ามาด้วย ----------------------------- ส่วนของรัฐ California และอีกหลายๆ รัฐใน USA ก็เป็นตัวอย่างให้เห็นกันแล้วว่า การสร้างงานเป็นอุตสาหกรรมอันมหึมาจากเรื่องกัญชา สามารถสร้างงาน และสร้างเศรษฐกิจให้เจริญเติบโดและหมุนเวียนภายในรัฐกันได้อย่างไร อย่าลืมว่า มันมีตัวเลขของงานที่สร้างขึ้นมาแบบทางอ้อม ซึ่งเป็นผลพวงมาจากงานที่สร้างขึ้นเกี่ยวกับเรื่องกัญชาโดยตรงเกิดขึ้นมาด้วย บางครั้งผลพวงของเรื่องแบบนี้ (Ripple Effects) ก็ให้เกิดการบูม (Boom) ในสาขาอาชีพใหม่ๆ ที่เป็นนวัตกรรมที่ไม่เคยมีการคาดคิดขึ้นมาก่อนก็ได้เช่นกัน ก็ขอจบบทความเพียงแค่นี้ Happy Puffing ก็แล้วกันนะคะ.... Have a safe and Pleasant Sunday ค่ะ D. Spencer-Isenberg.