ล็อคดาวน์หรือไม่? เราอยากให้มองพฤติกรรมการตัดสินใจของข้าราชการก่อน ข้าราชการตัดสินใจทุกเรื่องไม่ใช่เพื่อก่อผลดีให้มากที่สุด หรือก่อผลเสียให้น้อยที่สุด ข้าราชการ(โดยเฉพาะข้าราชการระดับสูง)ตัดสินใจทุกอย่างเพื่อไม่ต้องรับผลเสียจากการตัดสินใจนั้น กลับมาที่เรื่องการล็อคดาวน์ ถ้าไม่ล็อคดาวน์แล้วมีโรคระบาด ข้าราชการ(และประยุทธ์ซึ่งมีพฤติกรรมข้าราชการ)จะถูดสังคมตราหน้าว่าเป็นคนผิด ตรงข้ามกัน ถ้าล็อคดาวน์แล้วทำลายระบบเศรษฐกิจลง จะมีแค่ประยุทธ์ที่รับหน้า แต่ข้าราชการใน ศบค. ไม่ต้องรับผิดร่วมด้วย ถ้ามองในมุมมองของข้าราชการ ข้าราชการน่าจะเสนอให้ประยุทธ์ล็อคดาวน์ … แต่ประยุทธ์เองก็น่าจะต้องเอาตัวรอด เพื่อไม่เสียคะแนนนิยมที่มีน้อยนิดอยู่แล้ว อีกวิธีการหนึ่งที่ข้าราชการมักนิยมใช้คือการปัดสวะให้พ้นตัว นั่นคือการโยนภาระการตัดสินใจไปให้ผู้ว่าฯของแต่ละจังหวัดแทน วิธีการนี้ทำให้ประยุทธ์ถูกด่าน้อยลงได้ แต่ผู้ว่าก็คือข้าราชการ หากไม่ล็อคดาวน์แล้วมีการระบาด ผู้ว่าที่ถูกโยนเผือกร้อนใส่ก็ต้องรับผิดชอบการตัดสินใจนั้น วิธีการนี้น่าจะตอบสนองความต้องการของรัฐบาลกลางได้คือนำไปสู่การล็อคดาวน์(ซึ่งเรามองว่าส่วนกลางต้องการล็อคดาวน์)แต่ไม่ต้องรับคำครหาใดๆในการล็อคดาวน์นั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าจะเกิดการล็อคดาวน์ในพื้นที่ที่ไม่ควรล็อคดาวน์ เพียงแต่จะผลักกันไปมาว่าใครจะเซ็นคำสั่งล็อคดาวน์ #thailand #mindsth
thumb_up11thumb_downchat_bubble

More from Hi_Im_Anon

ปัญหาของรัฐมนตรีคนนึงที่บอกว่า “ถ้าอยากด่าให้ด่าเขาเขา อย่าด่าทีมงาน” ทุกคนดูจะสนใจวรรคนั้น แต่เราสนใจวรรคถัดไปในคำให้สัมภาษณ์ของเขามากกว่า “ถ้าด่าแล้วสบายใจขึ้น เครียดน้อยลง ผมก็ไม่ว่าอะไร” คำพูดนี้สะท้อนความคิดของเขาได้ดีมากนะ ว่าเขามองคำวิจารณ์ของประชาชนแบบไร้ราคามาก คำวิพากษ์วิจารณ์คือเครื่องกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาและแก้ไขข้อบกพร่อง แต่เขาในฐานะผู้ถูกวิพากษ์วิจารณ์กลับมองเพียงว่าคำวิจารณ์นั้นเป็นเพียงเครื่องมือระบายอารมณ์ ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา นักการเมืองทั้งหมดมองคำวิจารณ์ของประชาชนเป็นแบบนี้ พรรคการเมืองเดียวที่เราเห็นว่าไม่มองคำวิจารณ์ของประชาชนอย่างไร้ค่าแบบนั้นมีพรรคเดียวในตอนนี้คือพรรคก้าวไกล พรรคอนาคตใหม่และก้าวไกลถูกวิพากษ์วิจารณ์มามาก แต่เราเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังคำวิพากษ์วิจารณ์นั้น ที่ชัดเจนที่สุดคือเรื่อง 112 ที่ตอนแรกประกาศว่าจะไม่แตะต้อง แต่มาวันนี้แม้จะไม่ประกาศอย่างตรงไปตรงมา แต่ก็ไม่ปฏิเสธเหมือนเมื่อก่อน บอกเพียงว่าต้องรับฟังข้อเรียกร้องของประชาชน คงไม่ต้องกล่าวถึงพรรคการเมืองเก่าแก่ทั้งสองพรรค พรรคเพื่อไทยที่พยายามพูดเสมอว่าประชาชนสำคัญก็มีพฤติกรรมไม่ต่างจากรัฐมนตรีคนนั้น หรือพรรคประชาธิปัตย์ที่คงเส้นคงวาไม่เคยแม้แต่จะพยายามทำเหมือนเห็นหัวประชาชนเลย … เราไม่ได้ต้องการชื่นชมพรรคก้าวไกล แต่พรรคการเมืองที่ดีควรมีบรรทัดฐานแบบนั้น การรับฟังประชาชน และปรับปรุงตามคำวิจารณ์ควรเป็นเรื่องทั่วไปของพรรคการเมืองและนักการเมือง ไม่ควรเป็นเรื่องมหัศจรรย์หรือเป็นเรื่องแปลกแบบในสังคมไทย #thailand #mindsth
24 views · Dec 23rd, 2020
โควิดระบาดรอบใหม่? โควิดระบาดรอบ2? สำหรับเรา โควิดไม่น่ากลัวเลยสักนิด เพราะเราไม่กลัวการระบาด เพราะเรากลัวความรุนแรงของโรคเท่านั้น ถ้าย้อนดูสถิติอัตราการตายจากโควิด แทบทั้งหมดของผู้เสียชีวิตเสียชีวิตก่อนเดือนเมษายน เพราะก่อนหน้านั้นระบบสาธารณสุขของแต่ละประเทศยังไม่พร้อมรับผู้ป่วย แต่หลังจากเดือนเมษายนแล้ว อัตราการตายถือว่าต่ำมาก ถ้ารวมก่อนเดือนเมษายน อัตราการตายอยู่ที่ราว 1.2% แต่ถ้าคิดหลังจากเดือนเมษายนอย่างเดียว อัตราการตายเหลือไม่ถึง 0.2% ข้อมูลนี้บ่งบอกว่า ถ้าติดเชื้อโควิดก็ไปหาหมอ ไม่มีอะไรน่ากลัวเลย แล้วถ้าให้พิจารณาเพิ่ม สายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดในรอบนี้แพร่ระบาดง่ายกว่าสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดเมื่อต้นปี ตามปกติแล้ว ไวรัสที่แพร่ระบาดง่าย ย่อมก่อโรคได้รุนแรงน้อยกว่าไวรัสที่แพร่ระบาดยาก ดังนั้น เราถือว่าเป็นข่าวดีที่ในคืนเดียวมีผู้ติดเชื้อหลายร้อยคน เพราะยิ่งระบาดเร็ว ก็ยิ่งแปลว่าความอันตรายยิ่งต่ำ เราควรกลัวความอันตรายของไวรัสเป็นหลัก ไม่ใช่กลัวการแพร่ระบาดของไวรัส … ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ๆแพร่ระบาดทุกปีเป็นปกติ และแพร่ระบาดทั่วไปด้วย คนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี ไข้หวัดใหญ่แพร่กระจายง่าย แต่ผู้ป่วยแทบทั้งหมดแค่นอนพักก็หาย มีน้อยมากที่ต้องไปหาหมอ เรายกตัวอย่างไข้หวัดใหญ่เพื่อแยกว่า การแพร่ระบาดและความรุนแรงของโรคไม่ใช่สิ่งเดียว และเป็นข้อเตือนใจว่าสิ่งที่เราควรกังวลคือความรุนแรงของโรค ไม่ใช่อัตราการแพร่ระบาดของโรค … สุดท้าย เราไม่ปฏิเสธว่าความกลัวเป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับมนุษย์มาก ตลอดเวลาหลายหมื่นปีของการดำรงอยู่ของมนุษย์การกลัวช่วยให้เผ่าพันธุ์ของเราอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ในคอนนี้เราไม่ได้ต้องการเพียงอยู่รอด เราต้องการก้าวต่อไปข้างหน้า ไปสู่อนาคต ซึ่งเหตุผลและสติปัญญาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเป้าหมายนั้น ทุกคนมีความกลัว ความกลัวนั้นต้องถูกกรอบด้วยเหตุและสติปัญญา #healthcare #economy #thailand #mindsth
58 views · Dec 21st, 2020

More from Hi_Im_Anon

ปัญหาของรัฐมนตรีคนนึงที่บอกว่า “ถ้าอยากด่าให้ด่าเขาเขา อย่าด่าทีมงาน” ทุกคนดูจะสนใจวรรคนั้น แต่เราสนใจวรรคถัดไปในคำให้สัมภาษณ์ของเขามากกว่า “ถ้าด่าแล้วสบายใจขึ้น เครียดน้อยลง ผมก็ไม่ว่าอะไร” คำพูดนี้สะท้อนความคิดของเขาได้ดีมากนะ ว่าเขามองคำวิจารณ์ของประชาชนแบบไร้ราคามาก คำวิพากษ์วิจารณ์คือเครื่องกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาและแก้ไขข้อบกพร่อง แต่เขาในฐานะผู้ถูกวิพากษ์วิจารณ์กลับมองเพียงว่าคำวิจารณ์นั้นเป็นเพียงเครื่องมือระบายอารมณ์ ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา นักการเมืองทั้งหมดมองคำวิจารณ์ของประชาชนเป็นแบบนี้ พรรคการเมืองเดียวที่เราเห็นว่าไม่มองคำวิจารณ์ของประชาชนอย่างไร้ค่าแบบนั้นมีพรรคเดียวในตอนนี้คือพรรคก้าวไกล พรรคอนาคตใหม่และก้าวไกลถูกวิพากษ์วิจารณ์มามาก แต่เราเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังคำวิพากษ์วิจารณ์นั้น ที่ชัดเจนที่สุดคือเรื่อง 112 ที่ตอนแรกประกาศว่าจะไม่แตะต้อง แต่มาวันนี้แม้จะไม่ประกาศอย่างตรงไปตรงมา แต่ก็ไม่ปฏิเสธเหมือนเมื่อก่อน บอกเพียงว่าต้องรับฟังข้อเรียกร้องของประชาชน คงไม่ต้องกล่าวถึงพรรคการเมืองเก่าแก่ทั้งสองพรรค พรรคเพื่อไทยที่พยายามพูดเสมอว่าประชาชนสำคัญก็มีพฤติกรรมไม่ต่างจากรัฐมนตรีคนนั้น หรือพรรคประชาธิปัตย์ที่คงเส้นคงวาไม่เคยแม้แต่จะพยายามทำเหมือนเห็นหัวประชาชนเลย … เราไม่ได้ต้องการชื่นชมพรรคก้าวไกล แต่พรรคการเมืองที่ดีควรมีบรรทัดฐานแบบนั้น การรับฟังประชาชน และปรับปรุงตามคำวิจารณ์ควรเป็นเรื่องทั่วไปของพรรคการเมืองและนักการเมือง ไม่ควรเป็นเรื่องมหัศจรรย์หรือเป็นเรื่องแปลกแบบในสังคมไทย #thailand #mindsth
24 views · Dec 23rd, 2020
โควิดระบาดรอบใหม่? โควิดระบาดรอบ2? สำหรับเรา โควิดไม่น่ากลัวเลยสักนิด เพราะเราไม่กลัวการระบาด เพราะเรากลัวความรุนแรงของโรคเท่านั้น ถ้าย้อนดูสถิติอัตราการตายจากโควิด แทบทั้งหมดของผู้เสียชีวิตเสียชีวิตก่อนเดือนเมษายน เพราะก่อนหน้านั้นระบบสาธารณสุขของแต่ละประเทศยังไม่พร้อมรับผู้ป่วย แต่หลังจากเดือนเมษายนแล้ว อัตราการตายถือว่าต่ำมาก ถ้ารวมก่อนเดือนเมษายน อัตราการตายอยู่ที่ราว 1.2% แต่ถ้าคิดหลังจากเดือนเมษายนอย่างเดียว อัตราการตายเหลือไม่ถึง 0.2% ข้อมูลนี้บ่งบอกว่า ถ้าติดเชื้อโควิดก็ไปหาหมอ ไม่มีอะไรน่ากลัวเลย แล้วถ้าให้พิจารณาเพิ่ม สายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดในรอบนี้แพร่ระบาดง่ายกว่าสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดเมื่อต้นปี ตามปกติแล้ว ไวรัสที่แพร่ระบาดง่าย ย่อมก่อโรคได้รุนแรงน้อยกว่าไวรัสที่แพร่ระบาดยาก ดังนั้น เราถือว่าเป็นข่าวดีที่ในคืนเดียวมีผู้ติดเชื้อหลายร้อยคน เพราะยิ่งระบาดเร็ว ก็ยิ่งแปลว่าความอันตรายยิ่งต่ำ เราควรกลัวความอันตรายของไวรัสเป็นหลัก ไม่ใช่กลัวการแพร่ระบาดของไวรัส … ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ๆแพร่ระบาดทุกปีเป็นปกติ และแพร่ระบาดทั่วไปด้วย คนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี ไข้หวัดใหญ่แพร่กระจายง่าย แต่ผู้ป่วยแทบทั้งหมดแค่นอนพักก็หาย มีน้อยมากที่ต้องไปหาหมอ เรายกตัวอย่างไข้หวัดใหญ่เพื่อแยกว่า การแพร่ระบาดและความรุนแรงของโรคไม่ใช่สิ่งเดียว และเป็นข้อเตือนใจว่าสิ่งที่เราควรกังวลคือความรุนแรงของโรค ไม่ใช่อัตราการแพร่ระบาดของโรค … สุดท้าย เราไม่ปฏิเสธว่าความกลัวเป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับมนุษย์มาก ตลอดเวลาหลายหมื่นปีของการดำรงอยู่ของมนุษย์การกลัวช่วยให้เผ่าพันธุ์ของเราอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ในคอนนี้เราไม่ได้ต้องการเพียงอยู่รอด เราต้องการก้าวต่อไปข้างหน้า ไปสู่อนาคต ซึ่งเหตุผลและสติปัญญาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเป้าหมายนั้น ทุกคนมีความกลัว ความกลัวนั้นต้องถูกกรอบด้วยเหตุและสติปัญญา #healthcare #economy #thailand #mindsth
58 views · Dec 21st, 2020