172 views
ความรู้ที่ควรรู้เรื่อง #เงินเฟ้อ #inflation (2) วันนี้จะอธิบายเรื่องการแพงขึ้นและการถูกลงของสินค้าในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ ทวนนิดหน่อย ในตอนที่หนึ่งเราได้อธิบายว่า เงินเฟ้อคือการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า และราคาของสินค้านั้นมันก็คือรายรับและรายจ่ายในมุมมองของเศรษฐศาสตร์มหภาค … ถ้าสังเกต เราจะเห็นว่าราคาของสินค้าแต่ละกลุ่มนั้นมีการขึ้นราคาไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ขึ้นในอัตราเดียวกัน สินค้าบางอย่างราคาแพงขึ้นหลายบาท ในขณะที่สินค้าบางอย่างแพงขึ้นเพียงไม่กี่บาทเท่านั้น ตรงนี้อยากให้รู้ว่าอัตราการขึ้นราคาของสินค้าต่างๆนั้น(อัตราเงินเฟ้อ) ตัวเลขรวมที่เรามักจะเห็นกันตามประกาศของแบงค์ชาติ, สภาพัฒน์, กระทรวงการคลัง ฯลฯ ตัวเลขเงินเฟ้อนั้นถูกเรียกว่า อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย ที่ถูกเรียกว่า อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย เพราะมันเฉลี่ยมาแล้วจากสินค้าและบริการทุกอย่างในประเทศ แน่นอนว่ามันคือค่าเฉลี่ย ดังนั้นในความเป็นจริงจะมีทั้งสินค้าที่อัตราเงินเฟ้อมากกว่านั้น และมีทั้งสินค้าที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำกว่านั้น ตรงนี้แหละที่นักเศรษฐศาสตร์ใช้เป็นเกณฑ์ว่าอะไรแพงขึ้นและอะไรถูกลง กลุ่มสินค้าที่มีอัตราเงินเฟ้อสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย นักเศรษฐศาสตร์มองว่าสินค้ากลุ่มนั้นแพงขึ้น ตรงกันข้าม กลุ่มสินค้าที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย นักเศรษฐศาสตร์มองว่าสินค้ากลุ่มนั้นถูกลง เพราะเงินเฟ้อเป็นสิ่งที่มีอยู่ในสังคม สินค้าทุกอย่างจะมีราคาแพงขึ้นเสมอเมื่อคิดเป็นตัวเงิน แต่หากเอาอัตราการเพิ่มของราคาสินค้านั้นสูงอัตราการเพิ่มของราคาสินค้าเฉลี่ย สินค้าชิ้นนั้นจะถูกลง ทำไมนักเศรษฐศาสตร์ถึงใช้เกณฑ์นี้? เพราะราคาของสินค้าคือรายได้-รายจ่าย สมมติให้ว่ามันคือรายได้ ปี 2560 เรามีรายได้ 10000 บาท คิดเป็น 100% เราต้องจ่ายเงินซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ไปในราคา 10000 บาท หรือ 100% ของรายได้ แต่ในปี 2570 อีก 10 ปีหลังจากนั้น เรามีรายได้เดือนละ 50000 บาท เราซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่มีราคา 30000 บาท คิดเป็น 60% ของรายได้ รายได้ของเราก็คือราคาของบริการหนึ่ง(แรงงาน) ราคาโทรศัพท์ก็คือราคาสินค้าชิ้นหนึ่ง รายได้ของเราในปี 70 คิดเป็น 500% ของปี 60 ราคาโทรศัพท์ในปี 70 คิดเป็น 300% ของปี 60 มีส่วนต่างของอัตราเงินเฟ้อของทั้งสองอย่างอยู่ที่ 200% ตอนปี 60 เราใช้รายได้ทั้งหมดเพื่อซื้อโทรศัพท์ แต่ในปี 70 เราใช้รายได้ของ 60% เพื่อซื้อโทรศัพท์ เราจึงมีเงินเหลือขึ้นมา แต่ในทางปฏิบัติ นักเศรษฐศาสตร์ไม่เพียงแค่เทียบราคา 2 อย่างเข้าด้วยกัน แต่ต้องเทียบราคาแต่ละอย่างกับราคาอื่นๆด้วย นักเศรษฐศาสตร์จึงต้องสร้างค่ากลางค่าหนึ่งขึ้นจากอัตราเงินเฟ้อของสินค้าทุกชิ้น ซึ่งก็คือค่าเฉลี่ยของอัตราเงินเฟ้อของสินค้าทุกกลุ่ม เอาไว้ใช้เปรียบเทียบอัตราเงินเฟ้อของสินค้าแต่ละอย่าง วิธีการนี้จะทำให้การเปรียบเทียบที่ได้ชัดเจนและวัดออกมาเป็นตัวเลขได้ … ถ้าคำอธิบายของเราไม่ชัดเจนตรงไหน หรือผิดพลาดตรงไหนก็เขียนบอกเรานะ เราจะได้แก้ไขได้ ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจ เขียนบอกเราได้ จะได้อธิบายเพิ่มเติมในความเห็น หรือถ้าใครมีคำแนะนำว่าควรเขียนอย่างไรให้เข้าใจง่ายขึ้น/เนื้อหาสั้นลงได้ จะได้อ่านง่ายขึ้น หรืออยากให้เราเขียนเรื่องอะไรเป็นพิเศษ ก็บอกเราได้ #เงินเฟ้อ #inflation #macroeconomics #economics #thailand #mindsth
thumb_up12thumb_downrepeat4chat_bubble4