188 views

**สรุปของหน่องคือ ที่ต้องปกปิดเพราะกลัวเรื่องความปลอดภัย ที่ผ่านม๊อบไม่ต้อนรับ อยากให้เปิดพื้นที่สำหรับคนที่มีความเห็นไม่ตรงกัน ที่ผ่านมาก็ทำข่าวหลายแนว แต่มีปัญหาเรื่องการเมืองอย่างเดียวนี่แหละ** ++ด่า.... โถ่อี... ถ้ามึงเป็นสื่อจริง ที่มีความเป็นกลางมากพอเค้าก็ไม่รังแกมึงหรอก สะดุดตีนตัวเองแล้วมาโทษม๊อบ กระจอก!!!++ อย่าไปเพิ่มทราฟฟิกให้แม่งค่ะก๊อบมาให้อ่านแล้ว ตามที่มีคอมเมนท์ในโซเชียลมีเดียและเพจดังที่ติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการรายงานข่าวการชุมนุมของ "กลุ่มประชาชนปลดแอก" ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 16 ส.ค.2563 โดยผู้สื่อข่าวหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานของเนชั่นทีวี กรณีที่ผู้สื่อข่าวขอสัมภาษณ์ผู้ชุมนุมโดยไม่ยอมแจ้งสังกัดที่แท้จริง แต่กลับแจ้งว่าเป็นผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์อีกช่องหนึ่งนั้นกองบรรณาธิการเนชั่นทีวี ได้ตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น และได้สอบถามผู้สื่อข่าวหญิงรายดังกล่าวแล้ว พบว่าข้อมูลที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันนั้นเป็นความจริง ทางเนชั่นทีวีจึงต้องขออภัยมายังบุคคลที่ถูกสัมภาษณ์, ผู้ชมทุกท่าน ตลอดจนประชาชนทั่วไปมา ณ ที่นี้ จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า สาเหตุที่ผู้สื่อข่าวหญิงรายนี้ต้องปกปิดสังกัดตัวเอง เป็นเพราะผู้สื่อข่าวมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย เกรงว่าหากบอกสังกัดที่แท้จริงไป อาจจะถูกกดดันการทำหน้าที่ เนื่องจากที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวของเนชั่นทีวีที่ลงพื้นที่ติดตามข่าวการชุมนุมในหลายๆ สถานที่ ได้ถูกคุกคาม กดดัน ตะโกนต่อว่า รวมไปถึงด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายมาแล้วหลายครั้ง ทั้งยังมีสร้างแคมเปญรณรงค์ให้เลิกดูเนชั่นด้วย ประกอบกับผู้สื่อข่าวหญิงรายนี้เป็นนักข่าวที่ประจำอยู่สายงานอื่น ไม่ใช่สายงานการเมือง แต่ต้องไปช่วยปฏิบัติหน้าที่กับผู้สื่อข่าวสายการเมืองในวันหยุด ทำให้ไม่มีประสบการณ์มากนักในการรายงานข่าวกลางกลุ่มผู้ชุมนุม จึงรู้สึกกดดันตัวเอง ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ทางกองบรรณาธิการไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เรียกผู้สื่อข่าวหญิงรายนี้มาทำความเข้าใจ และได้กำชับไม่ให้กระทำพฤติกรรมเช่นนี้อีก พร้อมพิจารณาลงโทษในลำดับต่อไป โดยการไปรายงานข่าวภาคสนามทุกครั้ง จะต้องแจ้งชื่อและสังกัดอย่างตรงไปตรงมา และพร้อมรับผลกระทบที่เกิดขึ้น โอกาสนี้ทางกองบรรณาธิการขอแสดงความเสียใจและขอโทษไปยังสถานีโทรทัศน์ที่ถูกอ้างถึงด้วย อนึ่ง "เนชั่นทีวี" เป็นสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัลที่เป็น "สถานีข่าว" ที่ผ่านมาได้เปิดพื้นที่รายงานข่าวการชุมนุมของทุกกลุ่มอย่างเต็มที่มาโดยตลอดและต่อเนื่องทุกครั้ง โดยรายงานข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริงบนหลักจรรยาบรรณของวิชาชีพอย่างเคร่งครัด บนจุดยืนปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมทั้่งเสนอข่าวจากทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งผู้ชมและประชาชนสามารถตรวจสอบได้ผ่านหน้าจอทีวีตลอดเวลา โดยข่าวอื่นๆ ที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน หรือกระทบกับระบบกฎหมาย หรือกระบวนการยุติธรรม เช่น ข่าวคดีของนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา, ข่าวยิงในบ่อนการพนันกลางกรุงเทพฯ ทางเนชั่นทีวีก็ให้พื้นที่ในการนำเสนออย่างเต็มที่รอบด้านเช่นเดียวกัน แต่สำหรับในประเด็นการเมืองที่มีความขัดแย้งแบ่งเป็นฝักฝ่าย มีผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์จากการรายงานข่าวของสื่อมวลชน หลายๆ ครั้งจึงมักเกิดปรากฏการณ์คุกคามสื่อในรูปแบบต่างๆ ซึ่งหลายๆ เหตุการณ์ที่เคยเกิดในอดีตกับผู้สื่อข่าวหลายๆ สำนักก็คงเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ฉะนั้น "เนชั่นทีวี" จึงขอให้คู่ขัดแย้งทางการเมืองเปิดพื้นที่ให้สื่อมวลชนได้ทำงานอย่างอิสระ และสามารถตรวจสอบการรายงานข่าวของสื่อได้ทางหน้าจอโทรทัศน์ องค์กรวิชาชีพสื่อ รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะสื่อมวลชนอยู่ภายใต้กฎหมายเฉกเช่นเดียวกับทุกคน #thailand #mindsth #ขีดเส้นตายไล่เผด็จการ #ประชาชนปลดแอก #whatshappeninginthailand

thumb_up49thumb_downrepeat13chat_bubble6