This Is How Thailand As We Know Will End In 150 Days หลายประเทศในโลกกำลังเตรียมพร้อมที่จะก้าวข้ามโควิดกันแล้ว แต่ประเทศไทยเพิ่งจะเริ่มต้นหาทางเยียวยา สิ่งที่น่ากังวลก็คือความกังวล ไม่ใช่ความกังวลของโลก แต่เป็นความกังวลของคนไทยด้วยกันเอง ในขณะที่รัฐบาลกำลังช่วงชิงความได้เปรียบจากความหวาดกลัวนี้ และกดประชาชนไว้ด้วยการจำกัดเสรีภาพ จำกัดการทำธุรกิจ เพียงเพื่อให้บทสนทนาของภาวะฉุกเฉินดูสมจริงมากขึ้น ระบบเศรษฐกิจในทุกระดับก็เริ่มค่อยๆล่มสลาย การกู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาทที่เพิ่งผ่านสภาฯไป ก็เน้นไปในการเยียวยา แต่ไม่ได้มีงบประมาณใดเลยที่มุ่งไปสร้างเครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่ๆ หรือไปกระตุ้นเศรษฐกิจเดิมให้กลับมาทำงานเต็มที่ คนแก่ก็จะตายเพราะโควิด ส่วนคนหนุ่มสาวก็จะตายเพราะตกงาน ไม่มีใครรอดกันเลยประเทศนี้ ถ้าเราดูความเคลื่อนไหวการใช้เงินของหลายประเทศในยุโรป เราก็จะเริ่มเห็นการวางแผนการใช้เงินเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในประเทศต่างๆอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะยังไม่ได้โหมลงสื่ออย่างรุนแรงเนื่องจากบรรยากาศยังไม่พร้อมตรงนั้น แต่ก็มีการทำงานในระดับที่แทรกซึมให้แน่ใจว่า เมื่อสถานการณ์ผ่อนคลายขึ้น ประเทศเหล่านั้นจะเป็นที่หมายปองของนักท่องเที่ยวเพื่อนำรายได้เข้าประเทศเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจกันได้อย่างรวดเร็ว นี่คือการคิดไปข้างหน้า ตรงกันข้ามกับรัฐบาลไทยในปัจจุบันที่เราไม่ต้องคาดหวังให้มีใครคิดไปข้างหน้า แค่แก้ปัญหาปัจจุบันก็แทบจะเอาตัวไม่รอด การจ่ายเงินเยียวยาก็ยังทำไม่ได้กันอย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนได้รับการช่วยเหลือช้า และกว่าเงินจะไปถึงมือประชาชนได้ ก็ต้องทอนให้กับระบบคอรัปชั่นที่ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องปรกติไปเสียแล้วในรัฐบาลนี้ นายกรัฐมนตรีก็ออกมารับสารภาพว่าเป็นคนจริงใจแต่ไร้ความสามารถ รองนายกรัฐมนตรีก็ออกมาโอดครวญว่าทำงานมานาน เหนื่อยเต็มที นี่คือรัฐนาวาแบบไม้ใกล้ฝั่งโดยแท้ เหมือนขอนไม้ที่ลอยไปตามน้ำโดยปราศจากอนาคตที่ขาดพลังที่จะขับเคลื่อนไปข้างหน้า และสิ้นหวัง ในเวลาอีกไม่นานในอนาคตอันใกล้ ความหายนะทางเศรษฐกิจกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างชัดเจน ลูกหนี้ทั้งหมดที่ขอผ่อนผันการจ่ายชำระหนี้ให้กับธนาคารในช่วงวิกฤติโควิดที่ผ่านมา เป็นลูกหนี้ของเงินกู้ทั้งหมดรวม 1.66 ล้านล้านบาท ซึ่งต้องเริ่มต้องกลับมาชำระหนี้ตามปรกติในอีก 150 วันข้างหน้า นั่นแปลว่าถ้าลูกหนี้ทั้งหมดจ่ายหนี้ไม่ได้เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไม่สามารถกลับมาดีขึ้นได้ใน 150 วัน ลูกหนี้ของธนาคารกว่า 1.66 ล้านล้านบาท จะกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ทั้งหมด ผมเชื่อว่าเงิน 1.9 ล้านล้านบาทที่เพิ่งได้รับอนุมัติจากสภาฯให้กู้ได้ จะไม่มีส่วนไหนเลยที่จะมารองรับแผนที่เตรียมไว้สำหรับเรื่องนี้ และการพลิกเศรษฐกิจจาก GDP ติดลบ 6% ให้กลับมาเป็นบวกภายใน 5 เดือน เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แน่นอนสำหรับรัฐบาลนี้ นี่ไม่ได้ดูถูก แต่พูดจากตัวเลขในความสามารถที่ทำให้ GDP +4% มาเหลือเกือบ 0 ได้ตั้งแต่ก่อนช่วงโควิดเล็กน้อย ความหวังที่ลูกหนี้ทั้ง 1.66 ล้านล้านบาทจะกลับมาผ่อนชำระได้น่าจะยาก เงินที่มีตอนนี้คือเอาไปพยุงธนาคารให้รอดโดยไม่ต้องมีรายได้จากลูกหนี้ไป 7 เดือน แต่เงินที่กลับไปที่ลูกหนี้โดยตรงในลักษณะของ Soft Loan นั้นมีแค่ 50,000 ล้านบาท เพราะธนาคารก็ไม่กล้าให้กู้เพราะรู้ว่าจะเป็น NPL คนทำธุรกิจก็กลัวว่ากู้แล้วไม่มีปัญญาใช้คืน จากวงเงิน Soft Loan 500,000 ล้านบาท มีใช้กันไปแค่ 10% โอกาสรอดของธุรกิจทั้งหมดอีก 5 เดือนนั้นก็ยากเต็มที ลูกหนี้ที่พร้อมจะล้ม 1.66 ล้านล้านบาทในอีก 5 เดือนนั้น ยังเป็นแค่ปลายภูเขาน้ำแข็งเมื่อเทียบกับหนี้ outstanding ทั้งระบบประมาณ 15-16 ล้านล้านบาท ถ้าลูกหนี้ทั้งระบบล่ม ธนาคารทั้งระบบก็อยู่ยาก คำถามก็คือว่าตอนนี้เรามีคนจริงใจซัก 20 คนก็ช่วยอะไรประเทศนี้ไม่ได้ เราต้องการคนที่มีสติปัญญาเข้ามาแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจลูกนี้ จะเป็นระเบิดลูกใหญ่กว่าปี 2540 ที่ทำให้พวกเราล่มสลายตามความปราถนาของรัฐบาลนี้ ที่คิดถึงแต่การทรงไว้ซึ่งอำนาจปกครอง และไม่สนใจความเป็นตายของประชาชน ให้พวกเขาได้สมหวังทุกประการ
119Upvotes
54Reminds

More from Duangrit Bunnag

ลูกหนี้ทั้งหมดที่ขอผ่อนผันการจ่ายชำระหนี้ให้กับธนาคารในช่วงวิกฤติโควิดที่ผ่านมา เป็นลูกหนี้ของเงินกู้ทั้งหมดรวม 1.66 ล้านล้านบาท ซึ่งต้องเริ่มต้องกลับมาชำระหนี้ตามปรกติในอีก 150 วันข้างหน้า 1.99 ล้านล้านบาทที่กู้มา ถ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทำให้ลูกหนี้จ่ายหนี้ธนาคารไม่ได้ในอีก 150 วันข้างหน้า (ประมาณเดือนตุลาคมปีนี้) ลูกหนี้เหล่านั้นก็จะกลายเป็น NPL โชคร้ายที่สุดคือลูกหนี้ส่วนใหญ่กลายเป็น NPL ทั้งหมดเกือบ 1.66 ล้านล้านบาท ถึงตอนนั้นผู้นำที่บริสุทธิ์ใจก็ช่วยอะไรประเทศนี้ไม่ได้ครับ เราต้องการผู้นำที่มีสติปัญญาล้วนๆ หายนะเศรษฐกิจเดือนตุลา
นายราบระบุว่า “หากจีนยังคงเดินหน้าการออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ เราจะยกเลิกข้อจำกัด 6 เดือน และอนุญาตให้ผู้ถือหนังสือเดินทาง BNO สามารถเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรเพื่อการทำงานหรือการศึกษาได้เป็นระยะเวลา 12 เดือน ซึ่งจะเป็นหนทางไปสู่การเป็นพลเมืองของอังกฤษได้ในอนาคต” #HongKong #standwithhongkong #thailandstandwithhongkong #MilkTeaAlliance #mindsth
325 views ·

แวะไปเล่นทวิตเตอร์มาแป๊บนึง

672 views ·

More from Duangrit Bunnag

ลูกหนี้ทั้งหมดที่ขอผ่อนผันการจ่ายชำระหนี้ให้กับธนาคารในช่วงวิกฤติโควิดที่ผ่านมา เป็นลูกหนี้ของเงินกู้ทั้งหมดรวม 1.66 ล้านล้านบาท ซึ่งต้องเริ่มต้องกลับมาชำระหนี้ตามปรกติในอีก 150 วันข้างหน้า 1.99 ล้านล้านบาทที่กู้มา ถ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทำให้ลูกหนี้จ่ายหนี้ธนาคารไม่ได้ในอีก 150 วันข้างหน้า (ประมาณเดือนตุลาคมปีนี้) ลูกหนี้เหล่านั้นก็จะกลายเป็น NPL โชคร้ายที่สุดคือลูกหนี้ส่วนใหญ่กลายเป็น NPL ทั้งหมดเกือบ 1.66 ล้านล้านบาท ถึงตอนนั้นผู้นำที่บริสุทธิ์ใจก็ช่วยอะไรประเทศนี้ไม่ได้ครับ เราต้องการผู้นำที่มีสติปัญญาล้วนๆ หายนะเศรษฐกิจเดือนตุลา
นายราบระบุว่า “หากจีนยังคงเดินหน้าการออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ เราจะยกเลิกข้อจำกัด 6 เดือน และอนุญาตให้ผู้ถือหนังสือเดินทาง BNO สามารถเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรเพื่อการทำงานหรือการศึกษาได้เป็นระยะเวลา 12 เดือน ซึ่งจะเป็นหนทางไปสู่การเป็นพลเมืองของอังกฤษได้ในอนาคต” #HongKong #standwithhongkong #thailandstandwithhongkong #MilkTeaAlliance #mindsth
325 views ·

แวะไปเล่นทวิตเตอร์มาแป๊บนึง

672 views ·
close
Speak freely and earn crypto.
Switch to App
Minds Take back control of your social media!