อย่าด่าแต่นักการเมืองว่าคอร์รัปชั่น สถาบันกษัตริย์มันสร้างระบบที่คอร์รัปชั่นที่สุดมากกว่ามาก มันครอบคลุมทุกองคาพยพของระบบของไทย ทั้งในระบบราชการ นอกราชการ จะเป็นทูต มึงต้องรักเจ้า เพราะมึงต้องเป็นตัวแทนของเจ้าในต่างประเทศ และก่อนออกไปประจำการ ก็ต้องเข้าเฝ้าก่อนทุกครั้ง เป็นอาจารย์ในมหาลัย ถ้าอยากได้ตำแหน่งทางวิชาการ มึงต้องเข้าสู่ระบบการอวยเจ้า หรืออย่างน้อย ต้องไม่วิจารณ์เจ้า มึงเป็นศาลนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ตำแหน่งผู้พิพากษาล้วนมีผลประโยชน์โดยตรงกับสถาบันกษัตริย์ ตำแหน่งในกองทัพ อันนี้ไม่ต้องพูดถึง อภิรัชต์ยังได้รับการเลือกโดยตรงจากวชิราลงกรณ์ให้ดำรงตำแหน่งผู้นำทหาร อาชีพอื่นๆ อีกมากมาย ตั้งแต่สงฆ์ แพทย์ ดารา นี่รวมไปถึงศิลปินแห่งชาติ ที่ตอนนี้มีการเรียกตำแหน่งคืนได้หากมึงไม่มีความจงรักภักดี ...ความเลวร้ายก็คือ เมื่อคุณได้ประโยชน์จากระบบแบบนี้ คุณไม่สามารถวิจารณ์มันได้ คุณไม่ตรวจสอบมัน เพราะมันทำให้คุณกลายมาเป็นศัตรูของระบบขึ้นมาทันที วิธีเดียวที่คุณจะอยู่รอดในระบบนี้ แม้คุณเกลียดมัน คุณต้องนิ่งไว้ เฉยๆ แต่การทำแบบนี้ มันก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อร้ายในระบบไปด้วย ...อีทูตห่านั้นที่ออกมาด่าคนวิจารณ์เจ้า แน่นอนสิคะ มึงเป็นอดีตอธิบดีกรมพิธีการทูต หน้าที่มึงคือรับเจ้าในต่างประเทศ คนอย่างมึงจมอยู่ในระบบที่ตรวจสอบไม่ได้ มึงจึงต้องออกมาปกป้อง เพราะการปกป้องเจ้า มันคือการปกป้องผลประโยชน์ของมึงเองและหน้าตาทางสังคมของมึง เหม็นเน่าทั้งระบบ
784Upvotes
3Downvotes
221Reminds

More from Pavin Chachavalpongpun

ตอนแรกนึกกว่าจะมีแต่สื่อเยอรมันที่เล่นเรื่องวชิราลงกรณ์ ตอนนี้สื่ออังกฤษก็เริ่มแล้ว ตามข่าวนี้ เนื้อหาค่อนข้างรุนแรง เรียกเมียน้อย 20 คนของวชิราลงกรณ์ว่าเป็น "sex soldiers" หรือทหารหญิงบำเรอเซ็ก จนลืมทิ้งลูกชายทีปังกรไว้อย่างอ้างว้างและทิ้งขว้าง "loneliness and rejection" เพราะพ่อมัวหลงผู้หญิงอยู่ ลองอ่านค่ะ
11.82k views ·
ดิชั้นกลับเมืองไทยครั้งสุดท้ายวันที่ 10 พค ก่อนรัฐประหารประมาณ 2 อาทิตย์ ช่วงนั้น กปปส จัดงานสุมไฟเต็มที่ ดิชั้นได้กลิ่นตุๆ ว่า มันต้องมีรัฐประหารแน่ๆ กลับครั้งนั้น มื้อสุดท้ายที่กินข้าวคือกับเป็นเอก-ภาสกร ไม่ได้กินกับครอบครัวด้วยซ้ำ ต่อมาวันที่ 20 ดิชั้นได้รับเชิญไปเล็คเชอร์ที่ไทเป งานเสร็จวันที่ 22 ตั้งแต่เช้า มีนักข่าวโทรมาสัมภาษณ์เยอะมาก ว่าจะมีรัฐประหาร ตกเย็นเท่านั้นแหละ ระหว่างอาหารมื้อสุดท้าย เกิดรัฐประหารจริงๆ วันรุ่งขึ้นกลับญี่ปุ่น ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่จะเกิดกับตัวเองในวันถัดไปมันจะเลวร้ายเพียงใด ...2 วันต่อมา อยู่ที่เกียวโตเพราะอยู่ในช่วงเปิดเทอม ค่ำวันที่ 24 ได้เห็นชื่อตัวเองในคำสั่งหมายเลข 5 ถูกเรียกตัวกลับมาปรับทัศนคติ ไม่ได้มีการแจ้งดิชั้นโดยตรง ไม่มีใครติดต่อมา แล้วดิชั้นต้องไปรายงานตัวภายในเวลา 10 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น ถึงถ้าดิชั้นอยากกลับไป ก็ไม่ทันอยู่ดี คือการเรียกแบบนี้จงใจให้ดิชั้นไปไม่ได้ ดิชั้นโกรธ เพราะคิดเสมอว่าไม่เคยทำความผิดอะไร มึงมีสิทธิมาเรียกกูไปรายงานตัวทำไม ดิชั้นเลยล้อเลียนแม่งซะ บอกจะส่งอีหมูหยองไปเป็นผู้แทนดิชั้นที่กรุงเทพ โอ้ย ได้ข่าวมาว่า คสช มันยิ่งโกรธใหญ่ ในใจลึกๆ คิดว่า มันจะทำอะไรดิชั้นได้ ดิชั้นอยู่ญี่ปุ่นและก็วิจารณ์ในฐานะนักวิชาการ แต่ดิชั้นคิดผิดจริงๆ ...มันเป็นช่วงเปลี่ยนรัชสมัย แล้วคราวนี้ มันต้องการกำจัดคนที่คิดต่างในเรื่องสถาบัน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มันจะกำจัดทั้งนั้น เมื่อดิชั้นปฏิเสธไม่ไปรายงานตัว สักครู่ มันมีคำสั่งออกมาอีก 1 คำสั่ง เรียกดิชั้นอีกรอบ ดิชั้นยังคงสะบัดบ๊อบ ต่อมาวันที่ 13 มิย ดิชั้นไปประชุมที่เกาหลีใต้ ระหว่างอาหารค่ำ มีคนโทรแจ้งดิชั้นว่า ดิชั้นถูกหมายจับ เลยรู้ว่าครั้งนี้แม่งซีเรียสละ ไม่ใ่ช่เรื่องเล่นๆ ดิชั้นรีบโทรศัพท์ไปที่มหาลัยเกียวโตเพื่อแจ้งข่าว ทางมหาลัยบอกให้ดิชั้นกลับญี่ปุ่นโดยทันที เพราะมีโอกาสที่ทางการไทยจะยกเลิกหนังสือเดินทาง เดี๋ยวจะกลับญี่ปุ่นไม่ได้ ดิชั้นกลับญี่ปุ่นวันรุ่งขี้น 2 อาทิตย์ต่อมา ต้นเดือน กค มันยกเลิกหนังสือเดินทางดิชั้นจริงๆ เลยเริ่มกระบวนการขอลี้ภัยตั้งแต่ต้น กค ค่ะ ...นี่แหละที่อยากจะเล่า มันมีราคาที่ต้องจ่ายถ้าเราสู้กับระบบเฮงซวย แต่ถามว่าถ้าย้อนเวลากลับไปจะทำแบบนี้ไหม คำตอบคือ YES! กูจะทำแบบนี้แหละค่ะ เพราะชั้นคือคนไทย และคนไทยแปลว่าอิสระะะะะะะ

It has been 6 years Bastard!

12.5k views ·

More from Pavin Chachavalpongpun

ตอนแรกนึกกว่าจะมีแต่สื่อเยอรมันที่เล่นเรื่องวชิราลงกรณ์ ตอนนี้สื่ออังกฤษก็เริ่มแล้ว ตามข่าวนี้ เนื้อหาค่อนข้างรุนแรง เรียกเมียน้อย 20 คนของวชิราลงกรณ์ว่าเป็น "sex soldiers" หรือทหารหญิงบำเรอเซ็ก จนลืมทิ้งลูกชายทีปังกรไว้อย่างอ้างว้างและทิ้งขว้าง "loneliness and rejection" เพราะพ่อมัวหลงผู้หญิงอยู่ ลองอ่านค่ะ
11.82k views ·
ดิชั้นกลับเมืองไทยครั้งสุดท้ายวันที่ 10 พค ก่อนรัฐประหารประมาณ 2 อาทิตย์ ช่วงนั้น กปปส จัดงานสุมไฟเต็มที่ ดิชั้นได้กลิ่นตุๆ ว่า มันต้องมีรัฐประหารแน่ๆ กลับครั้งนั้น มื้อสุดท้ายที่กินข้าวคือกับเป็นเอก-ภาสกร ไม่ได้กินกับครอบครัวด้วยซ้ำ ต่อมาวันที่ 20 ดิชั้นได้รับเชิญไปเล็คเชอร์ที่ไทเป งานเสร็จวันที่ 22 ตั้งแต่เช้า มีนักข่าวโทรมาสัมภาษณ์เยอะมาก ว่าจะมีรัฐประหาร ตกเย็นเท่านั้นแหละ ระหว่างอาหารมื้อสุดท้าย เกิดรัฐประหารจริงๆ วันรุ่งขึ้นกลับญี่ปุ่น ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่จะเกิดกับตัวเองในวันถัดไปมันจะเลวร้ายเพียงใด ...2 วันต่อมา อยู่ที่เกียวโตเพราะอยู่ในช่วงเปิดเทอม ค่ำวันที่ 24 ได้เห็นชื่อตัวเองในคำสั่งหมายเลข 5 ถูกเรียกตัวกลับมาปรับทัศนคติ ไม่ได้มีการแจ้งดิชั้นโดยตรง ไม่มีใครติดต่อมา แล้วดิชั้นต้องไปรายงานตัวภายในเวลา 10 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น ถึงถ้าดิชั้นอยากกลับไป ก็ไม่ทันอยู่ดี คือการเรียกแบบนี้จงใจให้ดิชั้นไปไม่ได้ ดิชั้นโกรธ เพราะคิดเสมอว่าไม่เคยทำความผิดอะไร มึงมีสิทธิมาเรียกกูไปรายงานตัวทำไม ดิชั้นเลยล้อเลียนแม่งซะ บอกจะส่งอีหมูหยองไปเป็นผู้แทนดิชั้นที่กรุงเทพ โอ้ย ได้ข่าวมาว่า คสช มันยิ่งโกรธใหญ่ ในใจลึกๆ คิดว่า มันจะทำอะไรดิชั้นได้ ดิชั้นอยู่ญี่ปุ่นและก็วิจารณ์ในฐานะนักวิชาการ แต่ดิชั้นคิดผิดจริงๆ ...มันเป็นช่วงเปลี่ยนรัชสมัย แล้วคราวนี้ มันต้องการกำจัดคนที่คิดต่างในเรื่องสถาบัน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มันจะกำจัดทั้งนั้น เมื่อดิชั้นปฏิเสธไม่ไปรายงานตัว สักครู่ มันมีคำสั่งออกมาอีก 1 คำสั่ง เรียกดิชั้นอีกรอบ ดิชั้นยังคงสะบัดบ๊อบ ต่อมาวันที่ 13 มิย ดิชั้นไปประชุมที่เกาหลีใต้ ระหว่างอาหารค่ำ มีคนโทรแจ้งดิชั้นว่า ดิชั้นถูกหมายจับ เลยรู้ว่าครั้งนี้แม่งซีเรียสละ ไม่ใ่ช่เรื่องเล่นๆ ดิชั้นรีบโทรศัพท์ไปที่มหาลัยเกียวโตเพื่อแจ้งข่าว ทางมหาลัยบอกให้ดิชั้นกลับญี่ปุ่นโดยทันที เพราะมีโอกาสที่ทางการไทยจะยกเลิกหนังสือเดินทาง เดี๋ยวจะกลับญี่ปุ่นไม่ได้ ดิชั้นกลับญี่ปุ่นวันรุ่งขี้น 2 อาทิตย์ต่อมา ต้นเดือน กค มันยกเลิกหนังสือเดินทางดิชั้นจริงๆ เลยเริ่มกระบวนการขอลี้ภัยตั้งแต่ต้น กค ค่ะ ...นี่แหละที่อยากจะเล่า มันมีราคาที่ต้องจ่ายถ้าเราสู้กับระบบเฮงซวย แต่ถามว่าถ้าย้อนเวลากลับไปจะทำแบบนี้ไหม คำตอบคือ YES! กูจะทำแบบนี้แหละค่ะ เพราะชั้นคือคนไทย และคนไทยแปลว่าอิสระะะะะะะ

It has been 6 years Bastard!

12.5k views ·