ดิชั้นกลับเมืองไทยครั้งสุดท้ายวันที่ 10 พค ก่อนรัฐประหารประมาณ 2 อาทิตย์ ช่วงนั้น กปปส จัดงานสุมไฟเต็มที่ ดิชั้นได้กลิ่นตุๆ ว่า มันต้องมีรัฐประหารแน่ๆ กลับครั้งนั้น มื้อสุดท้ายที่กินข้าวคือกับเป็นเอก-ภาสกร ไม่ได้กินกับครอบครัวด้วยซ้ำ ต่อมาวันที่ 20 ดิชั้นได้รับเชิญไปเล็คเชอร์ที่ไทเป งานเสร็จวันที่ 22 ตั้งแต่เช้า มีนักข่าวโทรมาสัมภาษณ์เยอะมาก ว่าจะมีรัฐประหาร ตกเย็นเท่านั้นแหละ ระหว่างอาหารมื้อสุดท้าย เกิดรัฐประหารจริงๆ วันรุ่งขึ้นกลับญี่ปุ่น ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่จะเกิดกับตัวเองในวันถัดไปมันจะเลวร้ายเพียงใด ...2 วันต่อมา อยู่ที่เกียวโตเพราะอยู่ในช่วงเปิดเทอม ค่ำวันที่ 24 ได้เห็นชื่อตัวเองในคำสั่งหมายเลข 5 ถูกเรียกตัวกลับมาปรับทัศนคติ ไม่ได้มีการแจ้งดิชั้นโดยตรง ไม่มีใครติดต่อมา แล้วดิชั้นต้องไปรายงานตัวภายในเวลา 10 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น ถึงถ้าดิชั้นอยากกลับไป ก็ไม่ทันอยู่ดี คือการเรียกแบบนี้จงใจให้ดิชั้นไปไม่ได้ ดิชั้นโกรธ เพราะคิดเสมอว่าไม่เคยทำความผิดอะไร มึงมีสิทธิมาเรียกกูไปรายงานตัวทำไม ดิชั้นเลยล้อเลียนแม่งซะ บอกจะส่งอีหมูหยองไปเป็นผู้แทนดิชั้นที่กรุงเทพ โอ้ย ได้ข่าวมาว่า คสช มันยิ่งโกรธใหญ่ ในใจลึกๆ คิดว่า มันจะทำอะไรดิชั้นได้ ดิชั้นอยู่ญี่ปุ่นและก็วิจารณ์ในฐานะนักวิชาการ แต่ดิชั้นคิดผิดจริงๆ ...มันเป็นช่วงเปลี่ยนรัชสมัย แล้วคราวนี้ มันต้องการกำจัดคนที่คิดต่างในเรื่องสถาบัน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มันจะกำจัดทั้งนั้น เมื่อดิชั้นปฏิเสธไม่ไปรายงานตัว สักครู่ มันมีคำสั่งออกมาอีก 1 คำสั่ง เรียกดิชั้นอีกรอบ ดิชั้นยังคงสะบัดบ๊อบ ต่อมาวันที่ 13 มิย ดิชั้นไปประชุมที่เกาหลีใต้ ระหว่างอาหารค่ำ มีคนโทรแจ้งดิชั้นว่า ดิชั้นถูกหมายจับ เลยรู้ว่าครั้งนี้แม่งซีเรียสละ ไม่ใ่ช่เรื่องเล่นๆ ดิชั้นรีบโทรศัพท์ไปที่มหาลัยเกียวโตเพื่อแจ้งข่าว ทางมหาลัยบอกให้ดิชั้นกลับญี่ปุ่นโดยทันที เพราะมีโอกาสที่ทางการไทยจะยกเลิกหนังสือเดินทาง เดี๋ยวจะกลับญี่ปุ่นไม่ได้ ดิชั้นกลับญี่ปุ่นวันรุ่งขี้น 2 อาทิตย์ต่อมา ต้นเดือน กค มันยกเลิกหนังสือเดินทางดิชั้นจริงๆ เลยเริ่มกระบวนการขอลี้ภัยตั้งแต่ต้น กค ค่ะ ...นี่แหละที่อยากจะเล่า มันมีราคาที่ต้องจ่ายถ้าเราสู้กับระบบเฮงซวย แต่ถามว่าถ้าย้อนเวลากลับไปจะทำแบบนี้ไหม คำตอบคือ YES! กูจะทำแบบนี้แหละค่ะ เพราะชั้นคือคนไทย และคนไทยแปลว่าอิสระะะะะะะ
979Upvotes
5Downvotes
251Reminds