[ภาพปกจากเพจ ซุมแซง ผู้ไทเซโปน เป็นภาพสาวผู้ไทเซโปนในเขตยโสธร ที่ใช้โปรโมทงานภูไทโลกที่จัดที่ยโสธรไม่กี่ปีที่ผ่านมา]
....................................................................................................................................
“เกล้ากระหวัด รัดเกี้ยว เกลียวเกศแก้ว
รอยไรแนว เนียนระดับ รับถี่ถ้วน
เจ้าปักปิ่น ปัทมา ค่าเคียงควร
ชดช้อยชวน เชยหวัง ระวังแวง”
แม้ปัจจุบันผมจะไม่ชอบขี้หน้าเขานัก แต่บทกลอน "ใบศรี" บทนี้ ของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ แสดงภาพความจับตาของหญิงสาวเกล้าผมสูง ซึ่งมักเป็นภาพจำความงามของหญิงสาวในยุคโบราณที่ส่งผลถึงปัจจุบันก็ยังคงมีบทกวีชมหญิงสาวเกล้าผมสูงอยู่ จึงหวนให้นึกถึงดินแดนอีสานฝั่งเทือกเขาภูพานที่ประกอบไปด้วย กลุ่มชนมากกว่า 7- 8 ชาติพันธุ์ และภาพเเทนของผู้คนหลายเผ่านี้มักเป็นยิ่งสาวเกล้าผมสูงในเสื้อย้อมครามอัตลักษณ์ของพวกเขา
กลุ่มคนที่โดดเด่นที่สุดในเเผ่นดินโซนนี้น่าจะเป็น “ชาวภูไท” หรือ “ผู้ไท” ที่มีทั้งพวกที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานแต่เดิม และที่ถูกกวาดต้อนให้ข้ามฝั่งมาจากหลายเเขวงในลาวและเวียดนาม เช่น ชาวผู้ไทเรณู ที่มาจากเมืองเว้ จนเรียกติดปากกันว่า ผู้ไทเมืองเวเรณูนคร หรือผู้ไทเซโปน ในมุกดาหารหรือในยโสธร ที่มาจากเมืองเซโปนแขวงอัตปือ ประเทศเทศลาว
สตรีเกล้าผมสูงในอดีตถือว่าหาได้เป็นที่นิยมในสยาม ในหลวง ร.5 และกรมพระดำรงราชานุภาพ รวมถึงผู้คนในสยามก็มักจะเข้าใจไปหมดว่า พวกไว้ผมยาว หรือชายที่ “สักหมึก จารึกพุง” เห็นจะเป็นพวกลาวทั้งสิ้น จึงได้เรียกมณฑลทางภาคเหนือและอีสานของกรุงเทพว่า “ลาว” ทั้งสิ้น
แต่จะเป็นเช่นนั้นทั้งหมดเสียก็มิใช่ เพราะในอีสาน หรือเล็กกว่านั้นหน่อย อย่างนครพนมหรือมุกดาหารก็มีวัฒนธรรมสำคัญของผู้คนมากถึง 8 ชนเผ่า 9 ภาษา
ปัจจุบันนี้ อัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ถูกนำมาเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสตรีชาวเผ่า เรามักจะเห็นสาวงามเป็นภาพโปรโมทอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ เพื่อให้คนรู้สึกว่ามันเเสน “Exotic” หากได้ไปพบผู้คนที่เป็นอย่างที่เห็น ได้พบสาวงาม ได้พบเครื่องแต่งกายวิจิตรแปลกตา ควรแค่แก่การไปเยือน
การหวนไปหาสตรีเกล้าผมยาว ของผมในที่นี้ ได้นำไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่า “ทำไมผู้หญิงจึงเป็นจุดขายทางวัฒนธรรม”
ทำไมเรือนร่างของผู้หญิงจึงแบกรับอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์ถึงเพียงนี้?
เรียบเรียงคำตอบ ชนคิดกับ @jonrale เเล้วจะมาเขียนต่อนะครับ....