@ThaiPBSWorld A relative says the woman had a headache and developed mild fatigue when she returned home. She took some medicine then had a seizure. An ambulance was called, but she was found dead when it arrived.

8Upvotes
1Remind
thumb_upthumb_downchat_bubble

More from ✿.。.✾ ✧ Rose ✧ ✾ *.:。 ✿

ขออยู่ถึงเปิดเอกสารปรีดีละกัน ขอข้อมูลแบบคุ้มค่าสมกับที่เฝ้าคอย ทาตไข่จะไม่ยอมตายเพราะวัคซีนโง่ๆจากรัฐบาลที่โง่ที่สุดใน ปวศ เด็ดขาด
😅 ระหว่างเราติดโควิดขิตก่อน, แพ้วัคซีนขิตก่อน กับได้อยู่รอดูเปิดเอกสารปรีดี พนมยงค์ ปี 2024 อะไรจะมาถึงก่อนกัน?
29 views · Jun 9th
ประวัติของการออกกฏหมายอิสลามในประเทศไทย พรบ.อิสลามไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในรัฐบาลของคสช.เท่านั้นแต่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี2488 แล้ว รากฐานของอิสลามหยั่งรากลงผืนดินไทยพร้อมกับการยึดอำนาจของพระมหากษัตริย์ไทยในปี 2475 เมื่อนายแช่ม พรหมยงค์ มุสลิมจากพระประแดงเข้าร่วมกับนายปรีดีย์ พนมยงค์ คณะราษฎร์ (นายแช่มศรัทธาในนายปรีดีย์ พนมยงค์มากถึงขั้นเปลี่ยนชื่อนามสกุลจากเดิม ซำซุดดิน มุสตาฟา บิดาชื่อ นายจำปา หรือ มุสตาฟา เป็นโต๊ะอิหม่าม แห่งมัสยิดพระประแดงและเป็นอาจารย์สอนศาสนาอิสลาม นายแช่มเองนั้นจบการศึกษาด้านศาสนาอิสลามจากมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ -https://th.m.wikipedia.org/wiki/แช่ม_พรหมยงค์) เมื่อวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 นายแช่ม และนายบรรจง ทำหน้าที่ควบคุมตัวเจ้านายและพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ให้เข้าประทับในพระที่นั่งอนันตสมาคม ปี 2488 เมื่อนายปรีดีย์ พนมยงค์ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ก็ได้ตั้งนายแช่ม พรหมยงค์ ขึ้นเป็นจุฬาราชมนตรีคนแรกในยุคหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ถือเป็นจุฬาราชมนตรีคนแรกของไทยที่นับถือนิกายสุหนี่ หลายๆท่านอาจสงสัยว่าทำไมต้องรอตั้ง 13 ปี ถึงได้แต่งตั้งจุฬาราชมนตรี และออกฏหมายอิสลามฉบับแรก ในเมื่อนายแช่ม พรหมยงค์ร่วมมือกับคณะราษฎร์ยึดอำนาจมาจากพระมหากษัตริย์ สมควรจะได้รับผลตอบแทนด้วยเช่นกัน เหตุผลก็คือ กฏหมายอิสลามเป็นกฏหมายที่ยกร่างขึ้นมาจากคัมภีร์อัลกุรอ่าน แต่คัมภีร์ดังกล่าวยังไม่มีฉบับภาษาไทย จึงต้องรอให้มีการแปลเป็นภาษาไทยเสียก่อน การแปลคัมภีร์อัลกุรอ่านสำเร็จในปี 2483 ขอสรุปกฏหมายอิสลามและการเอื้อประโยชน์แก่มุสลิมในประเทศไทยดังต่อไปนี้ 1. พ.ศ2488 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลามพุทธศักราช 2488” มีทั้งหมด 10 มาตรา สมัยนายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ใน รัชสมัยรัชกาลที่8 2. พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ. 2489 มีทั้งหมด7 มาตรา 3. จากนั้นได้มีการออก“พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลามพ.ศ.2490” มีทั้งหมด 13 มาตรา สมัยพลเรือตรีถ. ธำรงค์นาวาสวัสดิ์เป็นนายกรัฐมนตรี รัชสมัยรัชกาลที่9 4. และออก“พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลาม(ฉบับที่2) พ.ศ.2491” มี 3 มาตรา สมัยจอมพลป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี. รัชสมัยรัชกาลที่9 5. ระเบียบการจัดการขนส่งมุสลิมไปร่วมพิธีฮัจย์พ. ศ2515 6. เริ่มออกมติครม ครั้งที่ 1 ให้ทุนเรียนฟรีแก่อิสลาม จบแล้วบรรจุรับราชการไม่ต้องสอบ ปัจจุบันได้ออกมติครม ฉบับที่ 10 ไม่นานมานี้เพื่อสานต่อโครงการเรียนฟรีของอิสลามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในมหาวิทยาลัยรัฐทั่วประเทศ 7. ออกพรบ. ฮัจย์พ. ศ2524 สมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี กำหนดให้เจ้าหน้าที่ทั้ง13 กระทรวงอำนวยความสะดวกให้คนที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์หากฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำและปรับ เท่ากับเขาบังคับให้คนทั้งชาติไปรับใช้พระเจ้าของเขาผ่านทางกฏหมา 8. ออกพรบฮัจย์พ.ศ2532 ฉบับที่2 สมัยพลเอกชาติชาย ชุณหวัณ 9. พ.ศ 2539 สมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรีมีการเสนอค่าตอบแทนให้เจ้าหน้าที่มัสยิดครบทุกคน 10. ยกเลิกพรก2488,พรบ2490 และพรก2491 และออกพรบ. บริหารองค์กรอิสลามพ.ศ2540 สมัยพลเอกชวลิต ยงใจยุทธเป็นนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาแทนพร้อมขยายขอบเขตของอำนาจการปกครองเพิ่มขึ้นในมหาดไทย เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ในการบริหารองค์กรศาสนาอิสลามขึ้นในประเทศไทย จัดการปกครองเป็นหมวดหมู่ มีระบบที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น มีการกำหนดหน้าที่ของกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยและระดับจังหวัดตั้งเจ้าหน้าที่ทำงานในมัสยิดอย่างเป็นระบบ ควบคุมดูแลจัดระเบียบส่งเสริมศาสนาศิลปะวัฒนธรรม จารีตประเพณี ของท้องถิ่น จัดตั้งฮาลาลและขยายเครือข่ายการศึกษาอิสลามเพิ่มขึ้นและการสร้างห้องละหมาดทั่วประเทศทั้งหมดนี้ด้วยงบประมาณแผ่นดิน 11. ออกพรบธนาคารอิสลามพ.ศ2545 ในสมัยคุณทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีและมีการอนุมัติโครงการนิคมฮาลาลปัตตานีระหว่างการประชุมครม.เคลื่อนที่ ที่ปัตตานีและตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 12. พ.ศ2550 รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เริ่มประเพณีการจัดงานเลี้ยงการออกศีลอดอิสลามในทำเนียบรัฐบาลและอนุมัติก่อสร้างมัสยิดกลางสงขลา80 ล้านบาท งบรัฐบาล75 ล้านบาท เงินบริจาคจากชาวมุสลิม5 ล้านบาท 13. ในปี2553 สมัยคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีการอนุมัติเพิ่มเติมกฏหมายมรดกและครอบครัวของอิสลาม และแยกแผนกกฏหมายมรดกและครอบครัวอิสลามในศาลากลางทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย โดยในระยะเริ่มต้นบังตับใช้ใน4 จังหวัดชายแดนใต้และครอบคลุมใช้ทั่วประเทศในภายหลังและมีการออกกฏระเบียบการแต่งกายของข้าราชการหญิงมุสลิมให้คลุมฮิญาปได้ 14. ในปี2554-2557 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ชินวัตรไม่มีการออกกฏหมายอิสลามเพิ่มเติมแต่มีการอนุมัติงบประมาณแผ่นดินเพื่อสร้างมัสยิดกลางมูลค่าร่วมพันล้านบาท(แต่มาก่อสร้างในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) ได้แก่ มัสยิดกลางนนทบุรี85 ล้านบาท. มัสยิดกลางนครศรีธรรมราช 104 ล้านบาทเศษ, ซ่อมแซมมัสยิดกลางประจำจังหวัดปัตตานีจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดยะลางบ22/38/35 ล้านบาท ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามเฉลิมพระเกียรติ84 พรรษาและมัสยิดกลางเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว84 พรรษาจังหวัดภูเก็ตโดยได้รับการอนุมัติงบประมาณจากรัฐบาล250 ล้านบาท 15. ในปี2559-2561 รัฐบาลคสช.โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการย้ายกิจการฮัจย์ไปสังกัดกระทรวงมหาดไทยเพิ่มทุนในธนาคารอิสลามที่ขาดทุนมาตลอดอีก 18,000 ล้านบาท 16. ออกพรบ.เงินทุนหมุนเวียนในกิจการฮัจย์ 17. ออกพรก.การจัดเตรียมฮัจย์ 18. จุฬาราชมนตรีมีการอนุมัติให้มุสลิมที่มีอายุต่ำกว่า17 ปีสมรสได้โดยไม่ผิดกฎหมายนั่นหมายถึงเจ้าสาวเด็กอายุเท่าไหร่ก็ได้ กฏหมายศารีอะห์ เจ้าสาวเด็ก เริ่มเกิดขึ้นแล้ว 19. เพิ่มเงินเดือนเจ้าหน้าที่มัสยิด 20. ออกระเบียบการแต่งกายให้นักเรียนอิสลามแต่งกายตามศาสนาหรือชุดนักเรียนก็ได้ 21. ปี2562 รัฐบาลพปชร.โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการเตรียมเสนอร่างพรบฮาลาลและการจัดตั้ง“ปัตตานีมหานคร” บทวิเคราะห์ พรบ หลักของอิสลาม 1. พรบ ฮัจย์ เป็นกฏหมายอำนวยความสะดวกแก่มุสลิมที่จะเดินทางไปฮัจย์โดยให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่เอกชนที่ทำฮัจย์ 300 ล้านบาท แต่งตั้งหัวหน้าทัวร์พาไปฮัจย์โดยให้คนไทยทั้งประเทศจ่ายค่าใช้จ่าย ใช้เจ้าหน้าที่รัฐ จากกระทรวง ทบวง กรม ทุกแห่ง นอกจากนั้นยังตั้งกรม กอง ขึ้นมาดูแลคนที่เดินทางไปฮัจย์ที่เมกกะ ใช้งบประมาณแผ่นดินที่เป็นเงินภาษีคนทั้งประเทศ แต่ชาวพุทธเดินทางไปไหว้สังเวชนียสถาน ไม่มีเจ้าหน้าที่ 14 กระทรวงไปส่ง ไม่มีเงินกองทุนให้กู้ยืม คนจัดต้องไปกู้เงินธนาคารเอง หรือมาเก็บเงินมัดจำจากผู้แสวงบุญเอง พรบ นี้ขัดต่อกฏหมายรัฐธรรมนูญหลายมาตรา และกฏหมายสิทธิมนุษยชนชัดเจนมาก 2. พรบ บริหารองค์กรอิสลาม ออกมาเพื่อจัดระเบียบการปกครองอิสลามในประเทศไทย เปรียบได้กับรัฐธรรมนูญไทยที่เป็นกฏหมายหลักของประเทศไทย พรบ ฉบับนี้ กำหนดว่ารัฐบาลไทยต้องส่งเสริมกิจการของอิสลามเช่นใดบ้าง - พรบ นี้ กำหนด ให้รัฐสนับสนุนการศึกษาของอิสลาม และสนับสนุนการเผยแพร่อิสลาม ต้องมีโรงเรียนสอนศาสนาเท่านี้ อนุบาลเท่านี้ โรงเรียนผลิตคนสอนศาสนาเท่านี้ ล่าสุดได้มีการกำหนดให้มีการเรียนจริยศึกษาอิสลาม เริ่มจากชายแดนใต้. และมีแผนจะขยายครอบคลุมไปทั้งแผ่นดินในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตอนหลังก็แอบยัดไส้ยัดเยียดตำราเรียนอิสลามศึกษาบรรจุลงในการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ - พรบ นี้ แต่งตั้งจุฬาราชมนตรีให้เหนือกว่านายกรัฐมนตรี - พรบ นี้กำหนดการสร้างมัสยิดและการเผยแพร่ศาสนาอิสลาม เช่น เมื่อประชากรในท้องที่มีจำนวนเท่านี้ จะต้องให้สร้างมัสยิดนะ และเมื่อจังหวัดนึงมีสามมัสยิดแล้วจะต้องตั้งกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัด เงินเดือน 15,000 บาท และเจ้าหน้าที่มัสยิดทุกคนได้เงินเดือน แม้แต่ภารโรง จ่ายโดยรัฐบาล ( ต่างจากวัดที่ได้รับเฉพาะเจ้าอาวาสเท่านั้น) ซึ่งประธานกรรมการกลางประจำจังหวัดมีฐานะเท่าและเหนือกว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าอิสลาม ขยายมัสยิดเพิ่มได้มากเท่าไหร่ สิทธิ์ในการครองเมืองและอำนาจเหนือชาวพุทธจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ งบประมาณที่จ่ายแก่เจ้าหน้าที่มัสยิดทั่วประเทศปีนึงพันกว่าล้านบาท ทั้งที่มีประชากรเพียง 3 ล้านคน โดยประมาณเท่านั้น - พรบ นี้ กำหนดให้รัฐบาลต้องสร้างที่ละหมาดให้ทั่วประเทศ ภายใต้งบประมาณแผ่นดินของคนไทยทั้งประเทศสถานที่ราชการทุกแห่งที่มีอิสลาม ต้องสร้างให้ - พรบ นี้ สร้างตราฮาลาล ขึ้นมาเก็บเงินคนไทยทั่วประเทศ นอกจากเก็บเงินแล้ว ยังเป็นการครอบงำและกลืนกืนประเทศผ่านการบริโภคที่ถูกเขาบังคับ 3. พรบ มรดก และครอบครัว ก็คือส่วนนึงของซารีอะห์ วิธีการเขาค่อยๆกิน ทีละคำๆไปเรื่อย คนถูกกิน ถ้าความรู้สึกช้าก็จะตายโดยง่าย เขาเรื่มจากการมีศาลของเขาเอง แทรกอยู่ทุกศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ จุฬาราชมนตรีก็ประกาศหายนะอันแรกมาคืออนุญาตให้เด็กสาวต่ำกว่า 18 ปีแต่งงานได้ ถือว่าไม่ผิดต่อกฏหมาย นั่นคืออิสลามสามารถแต่งงานกับเด็กผู้หญิงตั้งแต่อยู่ในท้องได้ เช่นที่มีผู้นำศาสนาผู้มีชื่อเสียงคนนึงกล่าวไว้ การออกกฏให้ผู้หญิงคลุมหัว ก็มาจาก พรบ นี้ ซึ่งที่จริงไม่มีกำหนดในคัมภีร์ แต่เป็นการกดขี่ผู้หญิง และเป็นการแสดงสัญลักษณ์ว่าเขาสามารถครอบครองหรือยึดดินแดนได้มากเท่าไหร่แล้ว 4. พรบ ธนาคารอิสลาม เป็นการใช้เล่ห์เหลี่ยมผันเงินภาษีมาใช้ในกลุ่มก้อนตนเอง โดยอ้างว่าไม่สามารถใช้เงินที่มีดอกเบี้ยได้ ทั้งที่เงินที่รัฐบาลนำมาให้มุสลิมก็เป็นเงินที่หมุนอยู่ในระบบของดอกเบี้ยและมุสลิมมากมายใช้บริการธนาคารพานิชย์เป็นปกติ ธนาคารอิสลามขาดทุนสะสมถึงวันนี้ 60,000 ล้านบาท รัฐบาลใช้เงินภาษีคนทั้งประเทศไปอุดการขาดทุนอีก 18,000 ล้านบาทในปี 2561 ในขณะที่เงินในคลังขาดแคลน แต่รัฐบาลกลับตัดสินใจตัดลมหายใจคนทั้งประเทศเพื่อไปโอบอุ้ม อิสลาม5% 5. 6. 7. รัฐบาลโอบอุ้มมุสลิมมานานหลายสิบปี ผ่านรูปแบบฮาลาลที่รัฐต้องออกทุนในการทำงาน แต่เมื่อเขามีรายได้กลับไม่ต้องเสียภาษีให้รัฐ.ผ่านการสร้างมัสยิด ทั้งที่จริงศาสนาสถานควรเป็นเงินที่มาจากศรัทธาของศาสนิกชนเองไม่ใช่ไปฉกฉวยมาจากคนอื่นๆในประเทศเช่นนี้ นอกจากจะฉกฉวยเงินแผ่นดินมาสร้างมัสยิดแล้ว ยังใช้วิธีออกฏหมายให้เงินเดือนคนทำงานในมัสยิดถ้วนหน้า แถมพยายามทำให้มัสยิดเป็นสถานที่ราชการ และเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย รู้สึกว่าอิสลามในประเทศไทยจะประพฤติเกินเลยคำว่าชนกลุ่มน้อยไปเสียแล้ว เพราะทำแบบนี้เสมือนเป็นผู้ควบคุมการบริหารงบประมาณและทำหน้าที่ปกครองประเทศไทยไปเรียบร้อย
33 views · Jun 9th

More from ✿.。.✾ ✧ Rose ✧ ✾ *.:。 ✿

ขออยู่ถึงเปิดเอกสารปรีดีละกัน ขอข้อมูลแบบคุ้มค่าสมกับที่เฝ้าคอย ทาตไข่จะไม่ยอมตายเพราะวัคซีนโง่ๆจากรัฐบาลที่โง่ที่สุดใน ปวศ เด็ดขาด
😅 ระหว่างเราติดโควิดขิตก่อน, แพ้วัคซีนขิตก่อน กับได้อยู่รอดูเปิดเอกสารปรีดี พนมยงค์ ปี 2024 อะไรจะมาถึงก่อนกัน?
29 views · Jun 9th
ประวัติของการออกกฏหมายอิสลามในประเทศไทย พรบ.อิสลามไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในรัฐบาลของคสช.เท่านั้นแต่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี2488 แล้ว รากฐานของอิสลามหยั่งรากลงผืนดินไทยพร้อมกับการยึดอำนาจของพระมหากษัตริย์ไทยในปี 2475 เมื่อนายแช่ม พรหมยงค์ มุสลิมจากพระประแดงเข้าร่วมกับนายปรีดีย์ พนมยงค์ คณะราษฎร์ (นายแช่มศรัทธาในนายปรีดีย์ พนมยงค์มากถึงขั้นเปลี่ยนชื่อนามสกุลจากเดิม ซำซุดดิน มุสตาฟา บิดาชื่อ นายจำปา หรือ มุสตาฟา เป็นโต๊ะอิหม่าม แห่งมัสยิดพระประแดงและเป็นอาจารย์สอนศาสนาอิสลาม นายแช่มเองนั้นจบการศึกษาด้านศาสนาอิสลามจากมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ -https://th.m.wikipedia.org/wiki/แช่ม_พรหมยงค์) เมื่อวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 นายแช่ม และนายบรรจง ทำหน้าที่ควบคุมตัวเจ้านายและพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ให้เข้าประทับในพระที่นั่งอนันตสมาคม ปี 2488 เมื่อนายปรีดีย์ พนมยงค์ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ก็ได้ตั้งนายแช่ม พรหมยงค์ ขึ้นเป็นจุฬาราชมนตรีคนแรกในยุคหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ถือเป็นจุฬาราชมนตรีคนแรกของไทยที่นับถือนิกายสุหนี่ หลายๆท่านอาจสงสัยว่าทำไมต้องรอตั้ง 13 ปี ถึงได้แต่งตั้งจุฬาราชมนตรี และออกฏหมายอิสลามฉบับแรก ในเมื่อนายแช่ม พรหมยงค์ร่วมมือกับคณะราษฎร์ยึดอำนาจมาจากพระมหากษัตริย์ สมควรจะได้รับผลตอบแทนด้วยเช่นกัน เหตุผลก็คือ กฏหมายอิสลามเป็นกฏหมายที่ยกร่างขึ้นมาจากคัมภีร์อัลกุรอ่าน แต่คัมภีร์ดังกล่าวยังไม่มีฉบับภาษาไทย จึงต้องรอให้มีการแปลเป็นภาษาไทยเสียก่อน การแปลคัมภีร์อัลกุรอ่านสำเร็จในปี 2483 ขอสรุปกฏหมายอิสลามและการเอื้อประโยชน์แก่มุสลิมในประเทศไทยดังต่อไปนี้ 1. พ.ศ2488 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลามพุทธศักราช 2488” มีทั้งหมด 10 มาตรา สมัยนายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ใน รัชสมัยรัชกาลที่8 2. พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ. 2489 มีทั้งหมด7 มาตรา 3. จากนั้นได้มีการออก“พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลามพ.ศ.2490” มีทั้งหมด 13 มาตรา สมัยพลเรือตรีถ. ธำรงค์นาวาสวัสดิ์เป็นนายกรัฐมนตรี รัชสมัยรัชกาลที่9 4. และออก“พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลาม(ฉบับที่2) พ.ศ.2491” มี 3 มาตรา สมัยจอมพลป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี. รัชสมัยรัชกาลที่9 5. ระเบียบการจัดการขนส่งมุสลิมไปร่วมพิธีฮัจย์พ. ศ2515 6. เริ่มออกมติครม ครั้งที่ 1 ให้ทุนเรียนฟรีแก่อิสลาม จบแล้วบรรจุรับราชการไม่ต้องสอบ ปัจจุบันได้ออกมติครม ฉบับที่ 10 ไม่นานมานี้เพื่อสานต่อโครงการเรียนฟรีของอิสลามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในมหาวิทยาลัยรัฐทั่วประเทศ 7. ออกพรบ. ฮัจย์พ. ศ2524 สมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี กำหนดให้เจ้าหน้าที่ทั้ง13 กระทรวงอำนวยความสะดวกให้คนที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์หากฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำและปรับ เท่ากับเขาบังคับให้คนทั้งชาติไปรับใช้พระเจ้าของเขาผ่านทางกฏหมา 8. ออกพรบฮัจย์พ.ศ2532 ฉบับที่2 สมัยพลเอกชาติชาย ชุณหวัณ 9. พ.ศ 2539 สมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรีมีการเสนอค่าตอบแทนให้เจ้าหน้าที่มัสยิดครบทุกคน 10. ยกเลิกพรก2488,พรบ2490 และพรก2491 และออกพรบ. บริหารองค์กรอิสลามพ.ศ2540 สมัยพลเอกชวลิต ยงใจยุทธเป็นนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาแทนพร้อมขยายขอบเขตของอำนาจการปกครองเพิ่มขึ้นในมหาดไทย เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ในการบริหารองค์กรศาสนาอิสลามขึ้นในประเทศไทย จัดการปกครองเป็นหมวดหมู่ มีระบบที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น มีการกำหนดหน้าที่ของกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยและระดับจังหวัดตั้งเจ้าหน้าที่ทำงานในมัสยิดอย่างเป็นระบบ ควบคุมดูแลจัดระเบียบส่งเสริมศาสนาศิลปะวัฒนธรรม จารีตประเพณี ของท้องถิ่น จัดตั้งฮาลาลและขยายเครือข่ายการศึกษาอิสลามเพิ่มขึ้นและการสร้างห้องละหมาดทั่วประเทศทั้งหมดนี้ด้วยงบประมาณแผ่นดิน 11. ออกพรบธนาคารอิสลามพ.ศ2545 ในสมัยคุณทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีและมีการอนุมัติโครงการนิคมฮาลาลปัตตานีระหว่างการประชุมครม.เคลื่อนที่ ที่ปัตตานีและตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 12. พ.ศ2550 รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เริ่มประเพณีการจัดงานเลี้ยงการออกศีลอดอิสลามในทำเนียบรัฐบาลและอนุมัติก่อสร้างมัสยิดกลางสงขลา80 ล้านบาท งบรัฐบาล75 ล้านบาท เงินบริจาคจากชาวมุสลิม5 ล้านบาท 13. ในปี2553 สมัยคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีการอนุมัติเพิ่มเติมกฏหมายมรดกและครอบครัวของอิสลาม และแยกแผนกกฏหมายมรดกและครอบครัวอิสลามในศาลากลางทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย โดยในระยะเริ่มต้นบังตับใช้ใน4 จังหวัดชายแดนใต้และครอบคลุมใช้ทั่วประเทศในภายหลังและมีการออกกฏระเบียบการแต่งกายของข้าราชการหญิงมุสลิมให้คลุมฮิญาปได้ 14. ในปี2554-2557 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ชินวัตรไม่มีการออกกฏหมายอิสลามเพิ่มเติมแต่มีการอนุมัติงบประมาณแผ่นดินเพื่อสร้างมัสยิดกลางมูลค่าร่วมพันล้านบาท(แต่มาก่อสร้างในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) ได้แก่ มัสยิดกลางนนทบุรี85 ล้านบาท. มัสยิดกลางนครศรีธรรมราช 104 ล้านบาทเศษ, ซ่อมแซมมัสยิดกลางประจำจังหวัดปัตตานีจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดยะลางบ22/38/35 ล้านบาท ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามเฉลิมพระเกียรติ84 พรรษาและมัสยิดกลางเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว84 พรรษาจังหวัดภูเก็ตโดยได้รับการอนุมัติงบประมาณจากรัฐบาล250 ล้านบาท 15. ในปี2559-2561 รัฐบาลคสช.โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการย้ายกิจการฮัจย์ไปสังกัดกระทรวงมหาดไทยเพิ่มทุนในธนาคารอิสลามที่ขาดทุนมาตลอดอีก 18,000 ล้านบาท 16. ออกพรบ.เงินทุนหมุนเวียนในกิจการฮัจย์ 17. ออกพรก.การจัดเตรียมฮัจย์ 18. จุฬาราชมนตรีมีการอนุมัติให้มุสลิมที่มีอายุต่ำกว่า17 ปีสมรสได้โดยไม่ผิดกฎหมายนั่นหมายถึงเจ้าสาวเด็กอายุเท่าไหร่ก็ได้ กฏหมายศารีอะห์ เจ้าสาวเด็ก เริ่มเกิดขึ้นแล้ว 19. เพิ่มเงินเดือนเจ้าหน้าที่มัสยิด 20. ออกระเบียบการแต่งกายให้นักเรียนอิสลามแต่งกายตามศาสนาหรือชุดนักเรียนก็ได้ 21. ปี2562 รัฐบาลพปชร.โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการเตรียมเสนอร่างพรบฮาลาลและการจัดตั้ง“ปัตตานีมหานคร” บทวิเคราะห์ พรบ หลักของอิสลาม 1. พรบ ฮัจย์ เป็นกฏหมายอำนวยความสะดวกแก่มุสลิมที่จะเดินทางไปฮัจย์โดยให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่เอกชนที่ทำฮัจย์ 300 ล้านบาท แต่งตั้งหัวหน้าทัวร์พาไปฮัจย์โดยให้คนไทยทั้งประเทศจ่ายค่าใช้จ่าย ใช้เจ้าหน้าที่รัฐ จากกระทรวง ทบวง กรม ทุกแห่ง นอกจากนั้นยังตั้งกรม กอง ขึ้นมาดูแลคนที่เดินทางไปฮัจย์ที่เมกกะ ใช้งบประมาณแผ่นดินที่เป็นเงินภาษีคนทั้งประเทศ แต่ชาวพุทธเดินทางไปไหว้สังเวชนียสถาน ไม่มีเจ้าหน้าที่ 14 กระทรวงไปส่ง ไม่มีเงินกองทุนให้กู้ยืม คนจัดต้องไปกู้เงินธนาคารเอง หรือมาเก็บเงินมัดจำจากผู้แสวงบุญเอง พรบ นี้ขัดต่อกฏหมายรัฐธรรมนูญหลายมาตรา และกฏหมายสิทธิมนุษยชนชัดเจนมาก 2. พรบ บริหารองค์กรอิสลาม ออกมาเพื่อจัดระเบียบการปกครองอิสลามในประเทศไทย เปรียบได้กับรัฐธรรมนูญไทยที่เป็นกฏหมายหลักของประเทศไทย พรบ ฉบับนี้ กำหนดว่ารัฐบาลไทยต้องส่งเสริมกิจการของอิสลามเช่นใดบ้าง - พรบ นี้ กำหนด ให้รัฐสนับสนุนการศึกษาของอิสลาม และสนับสนุนการเผยแพร่อิสลาม ต้องมีโรงเรียนสอนศาสนาเท่านี้ อนุบาลเท่านี้ โรงเรียนผลิตคนสอนศาสนาเท่านี้ ล่าสุดได้มีการกำหนดให้มีการเรียนจริยศึกษาอิสลาม เริ่มจากชายแดนใต้. และมีแผนจะขยายครอบคลุมไปทั้งแผ่นดินในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตอนหลังก็แอบยัดไส้ยัดเยียดตำราเรียนอิสลามศึกษาบรรจุลงในการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ - พรบ นี้ แต่งตั้งจุฬาราชมนตรีให้เหนือกว่านายกรัฐมนตรี - พรบ นี้กำหนดการสร้างมัสยิดและการเผยแพร่ศาสนาอิสลาม เช่น เมื่อประชากรในท้องที่มีจำนวนเท่านี้ จะต้องให้สร้างมัสยิดนะ และเมื่อจังหวัดนึงมีสามมัสยิดแล้วจะต้องตั้งกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัด เงินเดือน 15,000 บาท และเจ้าหน้าที่มัสยิดทุกคนได้เงินเดือน แม้แต่ภารโรง จ่ายโดยรัฐบาล ( ต่างจากวัดที่ได้รับเฉพาะเจ้าอาวาสเท่านั้น) ซึ่งประธานกรรมการกลางประจำจังหวัดมีฐานะเท่าและเหนือกว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าอิสลาม ขยายมัสยิดเพิ่มได้มากเท่าไหร่ สิทธิ์ในการครองเมืองและอำนาจเหนือชาวพุทธจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ งบประมาณที่จ่ายแก่เจ้าหน้าที่มัสยิดทั่วประเทศปีนึงพันกว่าล้านบาท ทั้งที่มีประชากรเพียง 3 ล้านคน โดยประมาณเท่านั้น - พรบ นี้ กำหนดให้รัฐบาลต้องสร้างที่ละหมาดให้ทั่วประเทศ ภายใต้งบประมาณแผ่นดินของคนไทยทั้งประเทศสถานที่ราชการทุกแห่งที่มีอิสลาม ต้องสร้างให้ - พรบ นี้ สร้างตราฮาลาล ขึ้นมาเก็บเงินคนไทยทั่วประเทศ นอกจากเก็บเงินแล้ว ยังเป็นการครอบงำและกลืนกืนประเทศผ่านการบริโภคที่ถูกเขาบังคับ 3. พรบ มรดก และครอบครัว ก็คือส่วนนึงของซารีอะห์ วิธีการเขาค่อยๆกิน ทีละคำๆไปเรื่อย คนถูกกิน ถ้าความรู้สึกช้าก็จะตายโดยง่าย เขาเรื่มจากการมีศาลของเขาเอง แทรกอยู่ทุกศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ จุฬาราชมนตรีก็ประกาศหายนะอันแรกมาคืออนุญาตให้เด็กสาวต่ำกว่า 18 ปีแต่งงานได้ ถือว่าไม่ผิดต่อกฏหมาย นั่นคืออิสลามสามารถแต่งงานกับเด็กผู้หญิงตั้งแต่อยู่ในท้องได้ เช่นที่มีผู้นำศาสนาผู้มีชื่อเสียงคนนึงกล่าวไว้ การออกกฏให้ผู้หญิงคลุมหัว ก็มาจาก พรบ นี้ ซึ่งที่จริงไม่มีกำหนดในคัมภีร์ แต่เป็นการกดขี่ผู้หญิง และเป็นการแสดงสัญลักษณ์ว่าเขาสามารถครอบครองหรือยึดดินแดนได้มากเท่าไหร่แล้ว 4. พรบ ธนาคารอิสลาม เป็นการใช้เล่ห์เหลี่ยมผันเงินภาษีมาใช้ในกลุ่มก้อนตนเอง โดยอ้างว่าไม่สามารถใช้เงินที่มีดอกเบี้ยได้ ทั้งที่เงินที่รัฐบาลนำมาให้มุสลิมก็เป็นเงินที่หมุนอยู่ในระบบของดอกเบี้ยและมุสลิมมากมายใช้บริการธนาคารพานิชย์เป็นปกติ ธนาคารอิสลามขาดทุนสะสมถึงวันนี้ 60,000 ล้านบาท รัฐบาลใช้เงินภาษีคนทั้งประเทศไปอุดการขาดทุนอีก 18,000 ล้านบาทในปี 2561 ในขณะที่เงินในคลังขาดแคลน แต่รัฐบาลกลับตัดสินใจตัดลมหายใจคนทั้งประเทศเพื่อไปโอบอุ้ม อิสลาม5% 5. 6. 7. รัฐบาลโอบอุ้มมุสลิมมานานหลายสิบปี ผ่านรูปแบบฮาลาลที่รัฐต้องออกทุนในการทำงาน แต่เมื่อเขามีรายได้กลับไม่ต้องเสียภาษีให้รัฐ.ผ่านการสร้างมัสยิด ทั้งที่จริงศาสนาสถานควรเป็นเงินที่มาจากศรัทธาของศาสนิกชนเองไม่ใช่ไปฉกฉวยมาจากคนอื่นๆในประเทศเช่นนี้ นอกจากจะฉกฉวยเงินแผ่นดินมาสร้างมัสยิดแล้ว ยังใช้วิธีออกฏหมายให้เงินเดือนคนทำงานในมัสยิดถ้วนหน้า แถมพยายามทำให้มัสยิดเป็นสถานที่ราชการ และเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย รู้สึกว่าอิสลามในประเทศไทยจะประพฤติเกินเลยคำว่าชนกลุ่มน้อยไปเสียแล้ว เพราะทำแบบนี้เสมือนเป็นผู้ควบคุมการบริหารงบประมาณและทำหน้าที่ปกครองประเทศไทยไปเรียบร้อย
33 views · Jun 9th