“หยุดภูมิใจกับยอดคนตายที่น้อยกว่าชาติอื่น” ไม่มีใครควรเห็นคนตายเป็นเรื่องปกติ แม้แค่เพียงคนเดียว

ลดความเป็นไทยให้น้อยลง เพื่อเพิ่มความเป็นคนให้มากขึ้น . ตื่นรู้ให้ทันรัฐบาลชุดนี้เถอะครับ สิ่งที่คุณเห็น มันวางแผนมาแล้ว ให้คุณเข้าใจในสิ่งที่ไม่ควรเป็น . . . เรื่องราวนี้ ไม่ใช่ quote ใหม่ บอยเคยคำเสนอเรื่องราวประมาณนี้ แต่ต่างบริบทออกไปในอดีต ตอนนั้นทัวร์ลงแบบไม่ได้พัก แต่ถามว่าวันนี้บอยกลัวไหม? คำตอบคือ ไม่มีอะไรให้กังวลครับ เพราะเราว่าการถกเถียง เป็นเรื่องปกติ คุณรู้ไหมว่า ตรรกะที่สังคมอนุญาตให้ตัวเองดีใจที่เห็น #คนตาย มันไม่ปกติน่ะครับ มันเบี้้ยว ต่อให้เห็นตายน้อย หรือน้อยกว่าชาติอื่น ก็ไม่ใช่เรื่องสมควรมาดีใจครับ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นหรือ? 1) ความตายคือโศกนาฏกรรม (tragedy) เกิดความสูญเสียขึ้น เกิดความเศร้าหมอง เกิดความทุกข์ และเกิดความหดหู่เสมอ การตายไม่เคยเป็นความสุขได้เลยครับ 2) เมื่อการตายเกิดขึ้นกับชาติอื่น และมากกว่าเรา เราในฐานะคนที่มีความเป็นมนุษย์สูง เราจะเกิด empathy ระดับสูงสุด ที่จะเห็นอกเห็นใจคนอื่น หรือให้กำลังใจคนอื่น หรือมองว่ามันเป็นวิกฤติที่พยายามจะ ร่วมทุกข์ไปกับคนทั้งโลก 3) คำถามที่น่าสงสัยวันนี้ "ทำไมตรรกะคนไทย ไปมีความสุขกับยอด #ตายน้อย ของบ้านตัวเองได้?" คำตอบเกิดจากแรงกระตุ้นหลายทางครับ (Stimulus) 3.1) คนรู้สึก เคยชินจากความซ้ำที่สม่ำเสมอ จากกลยุทธ์การนำเสนอความถี่ของข้อมูล อันเป็นผลทางจิตวิทยาที่สร้างมาอย่างต่อเนื่อง (Continuity of Repetition) หากมีการรายงานผลทุกวัน ยิ่งซ้ำ ยิ่งถี่ ยิ่งตอกย้ำ ด้วยปริมาณเท่าๆกัน ทำให้คนตกใจน้อยกว่าในเชิงจิตวิทยา เมื่อเทียบกับการรายงานรายสัปดาห์ หรือการรายงานในลักษณะยอดสะสมของความตายที่เห็นภาพก้าวกระโดด (ใน artwork ของ ศบค. ไม่เคยโชว์ยอดตายสะสมในหลักพันเลยครับ มีแต่ยอดตายรายวัน วันละหลักสอบที่ลวงตาคนไทย) พอคนเห็นซ้ำๆถี่ๆทุกวัน จนเกิดความเคยชิน เป็นตัวเลขในหลักเท่าๆกัน เชิงจิตวิทยาแล้ว คนไม่รู้สึกว่าตัวเลขนั้นสร้าง emotional impact ต่อความรู้สึกอีกแล้ว เพราะชินชา และรู้สึกเป็นปกติ การเล่นแร่แปร่ธาตุของข้องมูลเชิงสถิติ ช่วยให้เราถูกหลอกได้จริงๆครับ 3.2) การ ถูกลดทอนข้อมูลด้านภาพ เราเห็นตัวเลข ที่เป็นการรายงานเท่านั้น มิใช่ภาพคนตาย คนป่วย และภาพคนหดหู่บนเตียงสนาม ที่รอความตาย แบบชาติอื่นๆ เราฟังเป็นเพียงการรายงานสถานการณ์ผ่านคำพูดของหมอโฆษก (No Visual Impact) เราถูกหลอกด้วยการไม่ให้ถูกสร้างจิตวิทยาทางความรู้สึก ในการสื่อสาร แต่เป็นการรายงานเลขปกติ เหมือนตัวเลขนั้น กำลังไม่ใช่ชีวิตคน นี่คือความฉลาดของรัฐ ที่ทำให้คนรู้สึกสบายๆ ไม่ตกใจกับเรื่องราวเหี้ยๆที่มีคนตายทุกวัน ทั้งๆที่ 1 เลข = 1 ชีวิต เราโดนหลอกด้วยกลวิธีการสื่อสารครับ 3.3) คนไทยมีลักษณะที่เคยชินกับการ ปลอบใจตัวเองเก่ง เราทำแบบนี้อยู่เสมอในประเทศ เช่น เวลาดูรายการร้องเพลง ที่มาชิงทุนทรัพย์ ของคนทุกข์ยาก จะมีคนไทยจากทางบ้าน พูดลอยๆว่า "เรายังโชคดีนะลูก มีคนลำบากกว่าเราเยอะ" แล้วแอบซึ้งๆ ยิ้มๆน้ำตาคลอ ปรากฏการณ์ของการดีใจที่ตัวเองยังไม่ฉิบหายมาก และเห็นคนอื่นฉิบหายกว่า หรือลำบากกว่า จริงๆแล้วมัน ไร้ความเป็นมนุษย์ นะครับ มันไม่ปกติเลยครับ ในทางจิตวิทยา เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Self-Defense Mechanism (กลไกการปกป้องตนเองทางจิตวิทยา) เมื่อใดก็ตามที่มนุษย์มีความไม่สบายใจ หดหู่ ทุกข์ใจ หรือต้องการทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น สิ่งที่มนุษย์ในประเทศที่คนมีความลำบากสูงๆแบบบ้านเรา เราจะเลือกใช้วิธีการให้เหตุผล (Rationalization) หาเหยื่อให้เรื่องนี้ซะ โยนเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดี ซึ่งจริงๆมันเป็นการหลอกตัวเอง หรือบิดเบือนข้อมูลเชิงอารมณ์ให้รู้สึกอุ่นใจ และสบายใจ ทั้งๆที่ #ตรรกะบ้ง เช่น อินเดีย หรืออเมริกา ยังตายมากกว่าเรา เราโชคดีจัง ประเทศไทยเราไม่ลำบากเท่าเขา เราดีกว่าชาติอื่นเยอะ จริงๆการอนุญาตปล่อยให้ตัวเองรู้สึก happy ที่เรามีคนตาย ว่าเหี้ยหนักแล้วในการไร้ความเป็นมนุษย์ ยังมีการลดคุณค่าของประเทศอื่น (devalue) ให้เขาดูแย่กว่าเรา เพื่อให้เรารู้สึกเหนือกว่า และมั่นใจในประเทศตัวเองมากขึ้น ทั้งๆที่มันไม่เป็นความคิดของคนที่มองคนเป็นคนจริงๆ 3.4) คนไทยบางส่วนมีความคิดเป็น ชาตินิยมสูงมากโคตรๆ (Ethnocentrism) บางทีเราดีใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่องได้ เพื่อหาความภูมิใจในการยืนหยัดอยู่ในชาติ เพื่อให้เรารู้สึกดีในความเป็นคนไทย ยึดโยงไปว่า การที่ดูถูกการจัดการโรคของชาติอื่น หรือการตายของชาติอื่นสถานการณ์แย่กว่าเรา ทำให้เราเหนือชาติอื่น แล้วเราภูมิใจในความเป็นชาติพันธุ์วรรณาของตัวเองเยอะขึ้น ทั้งๆที่มันไม่มีอะไรน่าภูมิใจแม้แต่น้อยครับ 4) ทำไมการตายน้อย ไม่ใช่เรื่องภูมิใจล่ะ แสดงว่าเราทำได้ดีไง เลยตายนิดเดียว ฉันต้องภูมิใจสิ คนไทยทำได้ ลุงตู่เก่ง ทำได้ เอาชนะปัญหาได้ นี่นา?!? ในความเป็นจริงคือ เราไม่ควรอนุญาติให้ตัวเองเห็นความตายแค่ชีวิตเดียว ที่ต่อให้น้อยเป็นหลักหน่วย สิบ ร้อย พัน หรือมากกว่านั้น เป็นเรื่องน่าดีใจ เพราะความรู้สึกเชิงบวกจริงๆต้องเป็นวันที่ยอดเป็น 0 หรือต้องเห็นการพัฒนาของการเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณทางลบที่ลดลงอย่างเป็นรูปธรรม - ยอดการเสียชีวิตลดลง เริ่มส่อแววว่าดีขึ้น - ยอดการป่วยหนัก ติดเชื้อลดลง - ยอดการตาย หรือป่วยเข้าใกล้ 0 หรือวันนี้ไม่มีคน "ตาย" "เจ็บป่วยอีกแล้ว" สถานการณ์ที่น่าดีใจคือ สถานการณ์อะไรก็ได้ที่ดูดีขึ้น ไม่ใช่คงที่ หรือยังมีอยู่เป็นปกติ รวมไปถึงการไปเปรียบเทียบกับบ้านเมืองที่แย่กว่า เพื่อกดดูถูกชาติอื่น ให้เราภาคภูมิใจกับยอดโง่ๆที่มันหมายถึงชีวิตคน ที่มันมีเลือดเนื้อ และมีคุณค่าเป็นทรัพยากรบุคคลหนึ่งๆของชาติ มันไม่ควรมีใครสูญเสียแม้แต่คนเดียว ความดีใจเดียวที่อนุญาตให้ตัวเองดีใจได้คือ "ยอดตายและติดเชื้อ = 0 อย่างถาวร" 5) สุดท้ายคือ ที่วันนี้คุณยังยิ้ม และเห็นอกเห็นใจคนอื่นไม่เป็น ยังไร้ความเป็นมนุษย์ และภูมิใจกับยอดกากๆ ที่ ศบค. รายงานไปวันๆหนึ่ง เป็นเพียงเพราะ คุณกำลังเป็นคนไทยที่ถูกหลอกจากข้อมูลที่วางกลยุทธ์มาอย่างดีเชิงการสื่อสาร และดันไม่เห็นภาพคนตายจริง ที่อยู่รอบตัว เพราะพวกเขาไม่ใช่คนรักของคุณ ไม่ใช่เพื่อน พ่อแม่ ญาติ หรือตัวคุณเองยังไม่ได้สูญเสียด้วยตัวเอง เลยยังชิลเฉยกับเรื่องพวกนี้ ความสูญเสียที่ได้สัมผัสเอง ในสักวันหนึ่ง อาจจะทำให้คุณตระหนัก และคิดได้ก็เป็นได้ว่า ถ้ามันเป้นคนใกล้ตัวคุณจริงๆ คุณรับไม่ได้หรอก กับแค่ 1 ชีวิตที่เป็นคนสำคัญของชีวิตคุณ คุณก็จะไม่ยอมให้อะไรมาพรากคนที่คุณรักไป ด้วยเหตุผลอันไม่สมควร คือการบริหารโรคระบาดแบบห่วยๆของรัฐบาล ไม่ใช่ความผิดที่คนรักของคุณก่อมันขึ้นมาแม้แต่น้อย วันนี้คุณเลยยังไม่ตระหนัก หรือไม่ตระหนกอะไร ยัง Proud to be Thai ในวันที่ยอดตาย มีให้เห็นทุกวัน ก็ยังไม่มีความเป้นมนุษย์อยู่อย่างนั้น โดยที่คิดอะไรไม่ออกเลย เราถูกหลอกกันทางจิตวิทยาการสื่อสารมาเท่าไหร่...ตื่นรู้ให้ทันรัฐบาลชุดนี้เถอะครับ สิ่งที่คุณเห็น มันวางแผนมาแล้ว ให้คุณเข้าใจในสิ่งที่ไม่ควรเป็น "ตายน้อยไม่น่าดีใจ แต่การหยุดคนตาย หยุดติดเชื้ออย่างถาวรได้เมื่อไหร่ ค่อยภูมิใจในฝีมือรัฐบาลไทยในวันนั้นก็ได้ครับ" อย่าปล่อยตัวเองดีใจอยู่เลยที่เห็นคนตายเป็นปกติ นอกจากตัวตนที่เป็นคนไทยแล้ว... คุณยัง #มีความเป็นคน อยู่ไหม? ถามตัวเองเยอะๆนะครับ 🙁 Cr. - IG: BrandingbyBoy

6Upvotes
thumb_upthumb_downchat_bubble

More from ✿.。.✾ ✧ Rose ✧ ✾ *.:。 ✿

คริปโตเลยตอบโจทย์ประชาชน
repeat
ถ้าคุณคุมเงินได้ คุณก็คุมประชาชนได้
45 views · Jun 9th
8 มิ.ย. 64 ที่ศาลธัญบุรี อัยการมีคำสั่งฟ้อง "แอมมี่" ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ และ "ฟ้า" พรหมศร วีระธรรมจารี ต่อศาล ในข้อหาหลัก #ม112 จากการปราศรัยและร้องเพลงหน้าศาลจังหวัดธัญบุรี ระหว่างติดตามการจับกุมตัว “นิว สิริชัย” เมื่อ 14 ม.ค. 64
19 views · Jun 9th

More from ✿.。.✾ ✧ Rose ✧ ✾ *.:。 ✿

คริปโตเลยตอบโจทย์ประชาชน
repeat
ถ้าคุณคุมเงินได้ คุณก็คุมประชาชนได้
45 views · Jun 9th
8 มิ.ย. 64 ที่ศาลธัญบุรี อัยการมีคำสั่งฟ้อง "แอมมี่" ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ และ "ฟ้า" พรหมศร วีระธรรมจารี ต่อศาล ในข้อหาหลัก #ม112 จากการปราศรัยและร้องเพลงหน้าศาลจังหวัดธัญบุรี ระหว่างติดตามการจับกุมตัว “นิว สิริชัย” เมื่อ 14 ม.ค. 64
19 views · Jun 9th