30 views

รู้ไหมว่า?� ร้านอาหาร (Restaurant) เกิดขึ้นเพราะชนชั้นสูงเสื่อมอำนาจ . ปัจจุบันเชื่อว่าเคยชินกับรูปแบบร้านอาหารที่ได้รับบริการดีๆ มีพ่อครัวที่เสกอาหารรสเยี่ยม กับพนักงานที่คอยบริการเดินมาเสิร์ฟอาหารถึงตรงหน้า หลังจากเราอิ่มเอมเสพสุข จ่ายเงิน แล้วก็จากไป . เคยมีใครสงสัยไหมว่า รูปแบบร้านอาหารแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง? วัฒนธรรมการกินเหล่านี้เบื้องหลังมีความเกี่ยวพันกับระบบชนชั้นอย่างเหนียวแน่น และที่เราได้กินอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นเพราะการพังทลายของชนชั้นสูงในฝรั่งเศสเมื่อศตวรรษที่ 19 . คำว่า Restaurant มีรากศัพท์ที่ชัดเจนว่ามาจาก restaurer ที่แปลว่าการเก็บรักษา (restore) ในภาษาละติน หมายความว่ามันเป็นรูปแบบร้านที่มีการเก็บรักษาวัตถุดิบตุนไว้เพื่อรอคน “สั่ง” ซึ่งแปลกไปจากก่อนหน้านั้นเพราะคนยุโรปโดยทั่วๆ ไปไม่ได้มีวัฒนธรรมเพลิดเพลินหรือยกให้การกินเป็นสุนทรียะแบบปัจจุบัน การกินเป็นการบำรุงร่างกายเหมือนที่เรามักได้ยินว่าอาหารเป็นยา . แต่ความเปลี่ยนแปลกของโลกอาหารเกิดขึ้นก็เพราะความเปลี่ยนแปลงของชนชั้น . แม้ว่ามันยังเป็นที่ถกเถียงของนักวิชาการว่าตกลงร้านอาหารเกิดขึ้นก่อนหรือหลังปฏิวัติฝรั่งเศสกันแน่ ยังไม่มีข้อสรุป แต่ที่แน่นอนคือเมื่อโครงสร้างชนชั้นขุนนาง ราชวงศ์ (Monarchy) ก็ดี หรือผู้ดี (Aristocrat) ทั้งหลายมันเสื่อมลง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ‘พ่อครัว’ หรือคนทำอาหารให้ชนชั้นสูงกินอยู่ในภาวะ ‘ตกงาน’ . ทางออกของพวกเขาคือเปิดร้านอาหารของตัวเอง หรือหันมาทำอาชีพในภัตตาคารแทนเป็นพ่อครัวส่วนตัวของใครคนหนึ่ง นั่นเป็น ช่วงเวลาที่ร้านอาหารเริ่มไม่ได้มีแค่การกิน แต่มีการอำนวยความสะดวกแบบต่างๆ มีพนักงาน มีห้องน้ำ เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นภายหลัง . เอาเป็นว่าจากการบันทึกก่อนการปฏิวัติฝรั่งเศสมีร้านอาหารในปารีสราว ๆ 50 แห่ง แต่ไม่กี่ปีหลังจากการปฏิวัติในคู่มือเดินทางได้ระบุชื่อร้านอาหารในปารีสอย่างน้อย 3,000 แห่ง และร้านอาหารหรูๆ ก็แพร่กระจายไปทั่วยุโรปและประเทศอื่นๆ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19-20 จนเป็นร้านอาหารที่เราคุ้นเคยในปัจจุบันนั่นเอง . โลกของอาหารยังมีพื้นที่ให้ค้นหาอีกมากมาย มาเจาะลึกโลกอาหารญี่ปุ่นแบบ “โอมากาเสะ” (Omakase) ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในไทย กับ อ.ธเนศ วงศ์ยานนาวา, พุทธรัตน์ หอวัง และ กิตติพล สรัคคานนท์ ใน The Questionist รายการที่จะชวนตั้งคำถามง่ายๆ แต่ได้คำตอบลึกๆ กับเรื่องราวรอบตัว เร็วๆ นี้ #Mindsth

thumb_up6thumb_downchat_bubble

More from IHEREO

คุณหญิงสุดารัตน์แกอัดคลิป 10 นาทีเสนอฉีดวัคซีนให้คนไทย 70% หรือ 50 ล้านคน (ซึ่งแกเสนอก่อนประยุทธ์) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ แกอธิบายว่า 50 ล้านคน ต้องใช้วัคซีน 100 ล้านโดส ตอนนี้เราสั่งแล้ว 60 ล้านโดส ขาดอีก 40 ล้านโดส จะใช้งบประมาณโดยประมาณ 40,000 ล้านบาท (คิดวัคซีนราคาโดสละ 1,000 บาท ซึ่งคิดราคาแบบเวอร์ๆ ไว้แล้ว ของจริงถูกกว่านี้) เราใช้เงิน 40,000 ล้านบาท แลกกับเศรษฐกิจที่หอการค้าประมาณการไว้ว่าไตรมาส 2 ของปีนี้ มูลค่าเศรษฐกิจของเราจะหายไป 450,000 ล้านบาท แปลว่าเราจะลงทุนแค่ 10% ของเศรษฐที่เสียหายไป หากเราไม่ฉีดวัคซีนให้ประชาชน ซึ่ง 10% นี่ถือว่าคุ้มมาก คำถามคือจะเอาเงินมาจากไหน แกอธิบายว่าจะตัดงบซื้ออาวุธ เรือดำน้ำ งบสัมมนา งบสร้างอาคาร การประชาสัมพันธ์ต่างๆ ที่ไม่จำเป็นทิ้งให้หมด แล้วเอามาลงทุนกับวัคซีน แล้วเปิดโอกาสให้เอกชนซื้อวัคซีนร่วมกับรัฐบาล เพราะเอกชนใหญ่ๆ ย่อมต้องการวัคซีนไปฉีดให้พนักงานของเขา เพื่อเดินหน้าธุรกิจของเขา โดยไม่ต้องรอหรือเบียดบังการบริหารวัคซีนของรัฐบาล การฉีดวัคซีน 100 ล้านโดสของคุณหญิงสุดารัตน์ แกเสนอให้ฉีดเดือนละ 15 ล้านโดส วันละ 500,000 โดส ด้วยการมอบหมายกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ต้องตั้ง ศบค. หรือ ศูนย์อะไรเพิ่มเติมทั้งสิ้น การฉีดวันละ 500,000 โดส จะทำผ่านโรงพยาบาลศูนย์ 117 แห่ง โรงพยาบาลประจำอำเภอ 720 แห่ง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช 20 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล 9,863 แห่ง 7,255 ตำบล โดยวันนึง ตำบลนึงฉีดไม่ถึงวันละ 100 ราย ก็ได้วันละ 500,000 โดสแล้ว ส่วนกรุงเทพมี 50 เขต ก็จัดจุดฉีดวัคซีนเขตละ 4 จุด รวม 200 จุด ฉีดจุดละ 200 คนต่อวัน กรุงเทพจะสามารถฉีดได้ 50,000 คนต่อวัน ไม่ต้องไปแออัดกันฉีด แต่ใช้วิธีกระจายอำนาจ กระจายวัคซีนให้ท้องถิ่นและโรงพยาบาลไปจัดการฉีดกันเอง และต้องตรวจเชิงรุกให้เร็วและมากที่สุด กว่าจะตรวจฟรีได้ มีเงื่อนไขเยอะมาก ตอนนี้เชื้อกระจายไปทั่ว ต้องเปิดให้ตรวจโควิดได้ฟรีและง่าย โดยเสนอให้ตรวจเชิงรุก 1 ล้านคน ใช้งบประมาณต่อคน 1,600 บาท รวมงบประมาณ 1,600 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นเพียง 0.3% ของความเสียหายทางเศรษฐกิจเพียงไตรมาสเดียวที่เราเสียไป 10 นาทีของคุณหญิงสุดารัตน์ กับ 10 นาทีของประยุทธ์ คนละชั้นกันเลยครับ คนนึงแถลงอะไรไม่รู้ ไม่มีสาระ ไม่มีเนื้อมีแต่น้ำให้คนไทยฟัง ไม่บอกแผนการจัดการวัคซีน มีเพียงสต็อควัคซีนลมให้คนไทย ฟังแล้วคนไทยมีแต่หมดหวัง ส่วนอีกคนแถลงไล่ภาพให้คนไทยเห็นเป็นฉากๆ จะใช้งบเท่าไหร่ จะฉีดอย่างไร เม็ดเงินที่ต้องใช้เป็นเท่าไหร่ หากไม่ลงทุนเราจะเสียหายเท่าไหร่ ฟังแล้วมีความหวังทันที น่าเสียดายครับที่คนแรกมีอำนาจ แต่คนหลังไม่มีอำนาจ นี่แหละครับ ผู้นำโง่เราจะตายกันหมด #Mindsth

9 views · Apr 24th

อินโดฯ พบเรือดำน้ำสูญหาย จมลึกใต้ทะเล 850 เมตร สันนิษฐานลูกเรือ 53 รายเสียชีวิตแล้ว . กองทัพอินโดนีเซียแถลงความคืบหน้าการค้นหาเรือดำน้ำ KRI Nanggala 402 ที่สูญหายบริเวณนอกชายฝั่งเกาะบาหลีพร้อมลูกเรือ 53 คน ระหว่างการฝึกซ้อมทางทหารเมื่อวันพุธ (21 เมษายน) ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าอุปกรณ์สแกนตรวจพบวัตถุที่น่าจะเป็นเรือดำน้ำจมอยู่ใต้ทะเลที่ระดับความลึก 850 เมตร ซึ่งลึกกว่าจุดที่สามารถรอดชีวิต และสันนิษฐานว่าลูกเรือทั้งหมด 53 คนอาจเสียชีวิตแล้ว . ฮาดี จะห์ยันโต ผู้บัญชาการทหารสูงสุดอินโดนีเซีย แถลงว่า เจ้าหน้าที่กองทัพเรือยังตรวจพบคราบน้ำมันและเศษชิ้นส่วนที่เชื่อว่ามาจากเรือดำน้ำ ทั้งชิ้นส่วนอุปกรณ์ป้องกันตอร์ปิโด ขวดน้ำมันหล่อลื่น ไปจนถึงเสื่อสำหรับทำพิธีละหมาด ซึ่งทั้งหมดเป็นหลักฐานยืนยันว่าเรือดำน้ำได้จมลงก้นทะเล . ขณะที่ พล.ร.อ. ยูโด มาร์โกโน เสนาธิการกองทัพเรือ แถลงว่า เจ้าหน้าที่ได้กู้เศษชิ้นส่วนดังกล่าวที่พบในบริเวณใกล้กับจุดที่พบเรือดำน้ำครั้งสุดท้ายก่อนจะขาดการติดต่อหลังขออนุญาตดำลงใต้ทะเล โดยเชื่อว่าชิ้นส่วนเหล่านี้ไม่มีทางออกมาจากเรือดำน้ำได้หากไม่มีแรงดันภายนอก . “วัตถุเหล่านี้จะไม่มีทางออกมาจากเรือดำน้ำได้หากไม่มีแรงกดดันจากภายนอก หรือเกิดความเสียหายกับเครื่องยิงตอร์ปิโด” เขากล่าว พร้อมแสดงเศษชิ้นส่วนที่กู้ได้แก่ผู้สื่อข่าว . ทั้งนี้อุปกรณ์สแกนตรวจพบเรือดำน้ำที่ระดับความลึก 850 เมตร ในขณะที่เรือดำน้ำ KRI Nanggala 402 ความยาว 59.5 เมตร ซึ่งมีอายุใช้งานกว่า 40 ปี และผ่านการซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ในปี 2012 สามารถทนต่อแรงดันน้ำได้ที่ระดับไม่เกิน 500 เมตร . “เพราะมันคือที่ระดับความลึก 850 เมตร มันจึงเสี่ยงมากและยากมากสำหรับ ROV (ยานขับเคลื่อนใต้น้ำควบคุมระยะไกล) ที่จะยกมัน” พล.ร.อ. มาร์โกโน กล่าว . ซึ่งกองทัพเรือยืนยันว่าเรือดำน้ำลำนี้ยังอยู่ในสภาพดี แต่คราบน้ำมันที่พบในจุดที่เรือดำน้ำสูญหายทำให้เกิดข้อกังวลว่าถังน้ำมันของเรือดำน้ำอาจเกิดความเสียหาย . ขณะที่กองทัพเรือยังสันนิษฐานว่าเรือดำน้ำอาจเกิดปัญหาระบบไฟฟ้าขัดข้อง ซึ่งภาวะดังกล่าวทำให้ออกซิเจนภายในเรือดำน้ำหมดลงตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น. ของวันนี้ . ภาพ: Suryanto / Anadolu Agency via Getty Images #Mindsth

42 views · Apr 24th
อากาศประเทศไทย=โควิดอยู่ได้ กูตาย
66 views · Apr 24th

More from IHEREO

คุณหญิงสุดารัตน์แกอัดคลิป 10 นาทีเสนอฉีดวัคซีนให้คนไทย 70% หรือ 50 ล้านคน (ซึ่งแกเสนอก่อนประยุทธ์) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ แกอธิบายว่า 50 ล้านคน ต้องใช้วัคซีน 100 ล้านโดส ตอนนี้เราสั่งแล้ว 60 ล้านโดส ขาดอีก 40 ล้านโดส จะใช้งบประมาณโดยประมาณ 40,000 ล้านบาท (คิดวัคซีนราคาโดสละ 1,000 บาท ซึ่งคิดราคาแบบเวอร์ๆ ไว้แล้ว ของจริงถูกกว่านี้) เราใช้เงิน 40,000 ล้านบาท แลกกับเศรษฐกิจที่หอการค้าประมาณการไว้ว่าไตรมาส 2 ของปีนี้ มูลค่าเศรษฐกิจของเราจะหายไป 450,000 ล้านบาท แปลว่าเราจะลงทุนแค่ 10% ของเศรษฐที่เสียหายไป หากเราไม่ฉีดวัคซีนให้ประชาชน ซึ่ง 10% นี่ถือว่าคุ้มมาก คำถามคือจะเอาเงินมาจากไหน แกอธิบายว่าจะตัดงบซื้ออาวุธ เรือดำน้ำ งบสัมมนา งบสร้างอาคาร การประชาสัมพันธ์ต่างๆ ที่ไม่จำเป็นทิ้งให้หมด แล้วเอามาลงทุนกับวัคซีน แล้วเปิดโอกาสให้เอกชนซื้อวัคซีนร่วมกับรัฐบาล เพราะเอกชนใหญ่ๆ ย่อมต้องการวัคซีนไปฉีดให้พนักงานของเขา เพื่อเดินหน้าธุรกิจของเขา โดยไม่ต้องรอหรือเบียดบังการบริหารวัคซีนของรัฐบาล การฉีดวัคซีน 100 ล้านโดสของคุณหญิงสุดารัตน์ แกเสนอให้ฉีดเดือนละ 15 ล้านโดส วันละ 500,000 โดส ด้วยการมอบหมายกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ต้องตั้ง ศบค. หรือ ศูนย์อะไรเพิ่มเติมทั้งสิ้น การฉีดวันละ 500,000 โดส จะทำผ่านโรงพยาบาลศูนย์ 117 แห่ง โรงพยาบาลประจำอำเภอ 720 แห่ง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช 20 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล 9,863 แห่ง 7,255 ตำบล โดยวันนึง ตำบลนึงฉีดไม่ถึงวันละ 100 ราย ก็ได้วันละ 500,000 โดสแล้ว ส่วนกรุงเทพมี 50 เขต ก็จัดจุดฉีดวัคซีนเขตละ 4 จุด รวม 200 จุด ฉีดจุดละ 200 คนต่อวัน กรุงเทพจะสามารถฉีดได้ 50,000 คนต่อวัน ไม่ต้องไปแออัดกันฉีด แต่ใช้วิธีกระจายอำนาจ กระจายวัคซีนให้ท้องถิ่นและโรงพยาบาลไปจัดการฉีดกันเอง และต้องตรวจเชิงรุกให้เร็วและมากที่สุด กว่าจะตรวจฟรีได้ มีเงื่อนไขเยอะมาก ตอนนี้เชื้อกระจายไปทั่ว ต้องเปิดให้ตรวจโควิดได้ฟรีและง่าย โดยเสนอให้ตรวจเชิงรุก 1 ล้านคน ใช้งบประมาณต่อคน 1,600 บาท รวมงบประมาณ 1,600 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นเพียง 0.3% ของความเสียหายทางเศรษฐกิจเพียงไตรมาสเดียวที่เราเสียไป 10 นาทีของคุณหญิงสุดารัตน์ กับ 10 นาทีของประยุทธ์ คนละชั้นกันเลยครับ คนนึงแถลงอะไรไม่รู้ ไม่มีสาระ ไม่มีเนื้อมีแต่น้ำให้คนไทยฟัง ไม่บอกแผนการจัดการวัคซีน มีเพียงสต็อควัคซีนลมให้คนไทย ฟังแล้วคนไทยมีแต่หมดหวัง ส่วนอีกคนแถลงไล่ภาพให้คนไทยเห็นเป็นฉากๆ จะใช้งบเท่าไหร่ จะฉีดอย่างไร เม็ดเงินที่ต้องใช้เป็นเท่าไหร่ หากไม่ลงทุนเราจะเสียหายเท่าไหร่ ฟังแล้วมีความหวังทันที น่าเสียดายครับที่คนแรกมีอำนาจ แต่คนหลังไม่มีอำนาจ นี่แหละครับ ผู้นำโง่เราจะตายกันหมด #Mindsth

9 views · Apr 24th

อินโดฯ พบเรือดำน้ำสูญหาย จมลึกใต้ทะเล 850 เมตร สันนิษฐานลูกเรือ 53 รายเสียชีวิตแล้ว . กองทัพอินโดนีเซียแถลงความคืบหน้าการค้นหาเรือดำน้ำ KRI Nanggala 402 ที่สูญหายบริเวณนอกชายฝั่งเกาะบาหลีพร้อมลูกเรือ 53 คน ระหว่างการฝึกซ้อมทางทหารเมื่อวันพุธ (21 เมษายน) ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าอุปกรณ์สแกนตรวจพบวัตถุที่น่าจะเป็นเรือดำน้ำจมอยู่ใต้ทะเลที่ระดับความลึก 850 เมตร ซึ่งลึกกว่าจุดที่สามารถรอดชีวิต และสันนิษฐานว่าลูกเรือทั้งหมด 53 คนอาจเสียชีวิตแล้ว . ฮาดี จะห์ยันโต ผู้บัญชาการทหารสูงสุดอินโดนีเซีย แถลงว่า เจ้าหน้าที่กองทัพเรือยังตรวจพบคราบน้ำมันและเศษชิ้นส่วนที่เชื่อว่ามาจากเรือดำน้ำ ทั้งชิ้นส่วนอุปกรณ์ป้องกันตอร์ปิโด ขวดน้ำมันหล่อลื่น ไปจนถึงเสื่อสำหรับทำพิธีละหมาด ซึ่งทั้งหมดเป็นหลักฐานยืนยันว่าเรือดำน้ำได้จมลงก้นทะเล . ขณะที่ พล.ร.อ. ยูโด มาร์โกโน เสนาธิการกองทัพเรือ แถลงว่า เจ้าหน้าที่ได้กู้เศษชิ้นส่วนดังกล่าวที่พบในบริเวณใกล้กับจุดที่พบเรือดำน้ำครั้งสุดท้ายก่อนจะขาดการติดต่อหลังขออนุญาตดำลงใต้ทะเล โดยเชื่อว่าชิ้นส่วนเหล่านี้ไม่มีทางออกมาจากเรือดำน้ำได้หากไม่มีแรงดันภายนอก . “วัตถุเหล่านี้จะไม่มีทางออกมาจากเรือดำน้ำได้หากไม่มีแรงกดดันจากภายนอก หรือเกิดความเสียหายกับเครื่องยิงตอร์ปิโด” เขากล่าว พร้อมแสดงเศษชิ้นส่วนที่กู้ได้แก่ผู้สื่อข่าว . ทั้งนี้อุปกรณ์สแกนตรวจพบเรือดำน้ำที่ระดับความลึก 850 เมตร ในขณะที่เรือดำน้ำ KRI Nanggala 402 ความยาว 59.5 เมตร ซึ่งมีอายุใช้งานกว่า 40 ปี และผ่านการซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ในปี 2012 สามารถทนต่อแรงดันน้ำได้ที่ระดับไม่เกิน 500 เมตร . “เพราะมันคือที่ระดับความลึก 850 เมตร มันจึงเสี่ยงมากและยากมากสำหรับ ROV (ยานขับเคลื่อนใต้น้ำควบคุมระยะไกล) ที่จะยกมัน” พล.ร.อ. มาร์โกโน กล่าว . ซึ่งกองทัพเรือยืนยันว่าเรือดำน้ำลำนี้ยังอยู่ในสภาพดี แต่คราบน้ำมันที่พบในจุดที่เรือดำน้ำสูญหายทำให้เกิดข้อกังวลว่าถังน้ำมันของเรือดำน้ำอาจเกิดความเสียหาย . ขณะที่กองทัพเรือยังสันนิษฐานว่าเรือดำน้ำอาจเกิดปัญหาระบบไฟฟ้าขัดข้อง ซึ่งภาวะดังกล่าวทำให้ออกซิเจนภายในเรือดำน้ำหมดลงตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น. ของวันนี้ . ภาพ: Suryanto / Anadolu Agency via Getty Images #Mindsth

42 views · Apr 24th
อากาศประเทศไทย=โควิดอยู่ได้ กูตาย
66 views · Apr 24th