147 views
ถ้าทุกคนในประเทศนี้ ต่างตื่นจากภวังค์ได้เร็วกว่านี้ซัก 4 - 8 ปี ทุกคนคงไม่ต้องมาเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในบ้านเกิดตัวเอง เฉกเช่นที่ได้เกิดขึ้นไปแล้ว ณ ปัจจุบันกาลนี้ น่าเสียดายจริง ๆ ที่มันคงสายไปแล้วกระมัง
thumb_up14thumb_downchat_bubble1

More from Honir Ryu

ถึงแม้แอพฝึกภาษาอาจมีจุดที่ยังตกหล่นบ้าง แต่เราก็ถือว่าดีกว่าไม่มีเลย และเอาจริง ๆ กำลังรอคอยให้แอพเหล่านี้คลอดบทเรียนภาษาจีนสำเนียงท้องถิ่น (อย่างเช่น กวางตุ้ง, ฮกเกี้ยน, แต้จิ๋ว, ฮากกา) รวมถึงบทเรียนภาษาไทยให้คนต่างชาติที่สนใจได้เรียนในแอพบ้าง ในบรรดาภาษาจีนสำเนียงท้องถิ่นทั้งหลาย จีนกวางตุ้งอาจมีแววได้เปิดตัวก่อนมากที่สุด เพราะในปัจจุบัน แอพ Gboard มีแป้นพิมพ์รองรับภาษาจีนกวางตุ้งแล้ว ในขณะที่แป้นพิมพ์สำหรับภาษาจีนสำเนียงอื่น ๆ (ที่ไม่ใช่จีนกลางและกวางตุ้ง) ทางแอพ Gboard ยังไม่มี (บางส่วนมาในลักษณะเชิงคาราโอเกะ) การรองรับภาษาของแป้นพิมพ์ที่เรากำลังกล่าวถึงในที่นี้ เราพยายามอิงจากการพิมพ์แบบใช้ระบบพินอินตามสำเนียงนั้น ๆ แล้วพอพิมพ์คำที่ต้องการเสร็จ ตัวอักษรภาษาอังกฤษเหล่านั้นก็สามารถแปลงเป็นอักษรจีนตามคำที่เราเขียนลงไปได้ทันที (แบบเดียวกับแป้นพิมพ์จีนกลางและกวางตุ้งในปัจจุบัน) *ซึ่งแน่นอนว่า ยังหมายรวมไปถึงฟังก์ชั่นแปลงอักษรให้แสดงผลเป็นแบบที่ผู้ใช้ต้องการใช้งานมากที่สุด ระหว่างอักษรจีนตัวเต็ม กับอักษรจีนตัวย่อด้วย
ข้อดีอย่างหนึ่งของแอพฝึกภาษาต่าง ๆ (อย่างเช่น แอพน้องนกฮูก Duolingo และแอพน้องกวาง LingoDeer) คือ มันเป็นอีกช่องทางหนึ่งสำหรับคนที่สนใจเรียนภาษาต่างประเทศ แต่มีงบประมาณน้อย หรือมีเวลาน้อย ซึ่งถามว่าช่องทางเหล่านี้โอเคมั้ย? ก็ถือว่าโอเคอยู่ ถ้าบทเรียนถูกออกแบบมาอย่างครบถ้วนแล้ว แต่แน่นอนว่า ช่องทางดังกล่าว ใช้ทดแทนการเรียนกับครูผู้สอนตามแบบดั้งเดิมได้ไม่เต็มที่นัก (ยกเว้นว่าทางทีมงานผู้ทำแอพ จะออกแบบหลักสูตรในแอพได้ครบถ้วนดีแล้วเท่านั้น) เพราะเนื้อหาบางประการในบทเรียนจากแอพ อาจมีบางส่วนที่เกิดการตกหล่นไปบ้างเหมือนกัน ซึ่งกรณีที่คลาสสิกสุด ก็จะมีอย่างเช่น การอัดเสียงวิธีออกเสียงคำศัพท์ที่ผิดไป หรือ เรียบเรียงไวยากรณ์ในภาษาที่สอนผิดไป ซึ่งหากคนเล่นแอพเป็นผู้เรียนภาษาที่มีภูมิรู้ในภาษาที่เรียนนั้นในระดับหนึ่ง ก็พอจะกด report เพื่อให้ทีมงานแอพแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวได้เต็มที่เลย และแน่นอน เหนืออื่นใด การออกแบบหลักสูตรในแอพ ต้องค่อย ๆ สอนแบบตามลำดับ เริ่มจากเรื่องที่ง่ายที่สุด แล้วค่อยต่อยอดเป็นขั้นบันได ไปสู่เรื่องที่ยากที่สุดในบทเรียนท้าย ๆ แบบนี้จะทำให้ผู้เรียนสามารถซึมซับและเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น เพราะบทเรียนได้ถูกออกแบบให้มันไม่กระโดดข้ามขั้นไป

More from Honir Ryu

ถึงแม้แอพฝึกภาษาอาจมีจุดที่ยังตกหล่นบ้าง แต่เราก็ถือว่าดีกว่าไม่มีเลย และเอาจริง ๆ กำลังรอคอยให้แอพเหล่านี้คลอดบทเรียนภาษาจีนสำเนียงท้องถิ่น (อย่างเช่น กวางตุ้ง, ฮกเกี้ยน, แต้จิ๋ว, ฮากกา) รวมถึงบทเรียนภาษาไทยให้คนต่างชาติที่สนใจได้เรียนในแอพบ้าง ในบรรดาภาษาจีนสำเนียงท้องถิ่นทั้งหลาย จีนกวางตุ้งอาจมีแววได้เปิดตัวก่อนมากที่สุด เพราะในปัจจุบัน แอพ Gboard มีแป้นพิมพ์รองรับภาษาจีนกวางตุ้งแล้ว ในขณะที่แป้นพิมพ์สำหรับภาษาจีนสำเนียงอื่น ๆ (ที่ไม่ใช่จีนกลางและกวางตุ้ง) ทางแอพ Gboard ยังไม่มี (บางส่วนมาในลักษณะเชิงคาราโอเกะ) การรองรับภาษาของแป้นพิมพ์ที่เรากำลังกล่าวถึงในที่นี้ เราพยายามอิงจากการพิมพ์แบบใช้ระบบพินอินตามสำเนียงนั้น ๆ แล้วพอพิมพ์คำที่ต้องการเสร็จ ตัวอักษรภาษาอังกฤษเหล่านั้นก็สามารถแปลงเป็นอักษรจีนตามคำที่เราเขียนลงไปได้ทันที (แบบเดียวกับแป้นพิมพ์จีนกลางและกวางตุ้งในปัจจุบัน) *ซึ่งแน่นอนว่า ยังหมายรวมไปถึงฟังก์ชั่นแปลงอักษรให้แสดงผลเป็นแบบที่ผู้ใช้ต้องการใช้งานมากที่สุด ระหว่างอักษรจีนตัวเต็ม กับอักษรจีนตัวย่อด้วย
ข้อดีอย่างหนึ่งของแอพฝึกภาษาต่าง ๆ (อย่างเช่น แอพน้องนกฮูก Duolingo และแอพน้องกวาง LingoDeer) คือ มันเป็นอีกช่องทางหนึ่งสำหรับคนที่สนใจเรียนภาษาต่างประเทศ แต่มีงบประมาณน้อย หรือมีเวลาน้อย ซึ่งถามว่าช่องทางเหล่านี้โอเคมั้ย? ก็ถือว่าโอเคอยู่ ถ้าบทเรียนถูกออกแบบมาอย่างครบถ้วนแล้ว แต่แน่นอนว่า ช่องทางดังกล่าว ใช้ทดแทนการเรียนกับครูผู้สอนตามแบบดั้งเดิมได้ไม่เต็มที่นัก (ยกเว้นว่าทางทีมงานผู้ทำแอพ จะออกแบบหลักสูตรในแอพได้ครบถ้วนดีแล้วเท่านั้น) เพราะเนื้อหาบางประการในบทเรียนจากแอพ อาจมีบางส่วนที่เกิดการตกหล่นไปบ้างเหมือนกัน ซึ่งกรณีที่คลาสสิกสุด ก็จะมีอย่างเช่น การอัดเสียงวิธีออกเสียงคำศัพท์ที่ผิดไป หรือ เรียบเรียงไวยากรณ์ในภาษาที่สอนผิดไป ซึ่งหากคนเล่นแอพเป็นผู้เรียนภาษาที่มีภูมิรู้ในภาษาที่เรียนนั้นในระดับหนึ่ง ก็พอจะกด report เพื่อให้ทีมงานแอพแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวได้เต็มที่เลย และแน่นอน เหนืออื่นใด การออกแบบหลักสูตรในแอพ ต้องค่อย ๆ สอนแบบตามลำดับ เริ่มจากเรื่องที่ง่ายที่สุด แล้วค่อยต่อยอดเป็นขั้นบันได ไปสู่เรื่องที่ยากที่สุดในบทเรียนท้าย ๆ แบบนี้จะทำให้ผู้เรียนสามารถซึมซับและเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น เพราะบทเรียนได้ถูกออกแบบให้มันไม่กระโดดข้ามขั้นไป