มีผลแล้ววันนี้! #ทำแท้งปลอดภัย ภายใน 12 สัปดาห์ไม่มีความผิด

It is effective today! #Abortion is safe within 12 weeks, no fault. . 19 กุมภาพันธ์ 2563 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 4/2563 ชี้ว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 ซึ่งกำหนดความผิดแก่หญิงที่ทำให้ตนเองแท้ง ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และแนะนำให้แก้ไขกฎหายภายใน 360 วัน จนกระทั่งบทบัญญัติเกี่ยวกับความผิดฐานทำให้แท้งลูกก็ได้รับการแก้ไข เมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2564 ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 28 พ.ศ. 2564 เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมความผิดฐานทำแท้งที่ใช้มาตั้งแต่พ.ศ.2499 ให้หญิงสามารถทำแท้งได้ภายในอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ และเพิ่มเหตุยกเว้นความผิดอื่นๆ อันจะเอื้อประโยชน์แก่หญิงให้สามารถทำแท้งได้อย่างปลอดภัยและไม่มีความผิดตามกฎหมาย ทั้งนี้การแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา กล่าวคือ 7 กุมภาพันธ์ 2564 . ++ กฎหมายเดิม เอาผิดหญิงทำแท้ง จำคุก 3 ปี ปรับ 60,000 ไม่จำกัดเวลาตั้งครรภ์ ++ . ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งใช้บังคับมาตั้งแต่พ.ศ. 2499 กำหนดความผิดฐานทำให้แท้งลูกรวมห้ามาตรา โดยบทบัญญัติทั้งห้ามาตรานั้น ไม่เคยมีการแก้ไขในเชิงหลักการอันเป็นสาระสำคัญมาก่อนเลยตั้งแต่บังคับใช้มา มีเพียงแต่การแก้ไขเพิ่มโทษปรับขึ้น 10 เท่า เมื่อพ.ศ. 2560 ประมวลกฎหมายอาญาเดิมกำหนดบทลงโทษแก่หญิงที่ทำให้ตนเองแท้งหรือยินยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนเองแท้งไว้ในมาตรา 301 มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ . ส่วนความผิดสำหรับผู้ที่ทำให้หญิงแท้งลูก กฎหมายกำหนดไว้สองกรณี กรณีแรก มาตรา 302 ผู้ที่ทำให้หญิงแท้งลูก โดยที่หญิงนั้นยินยอม มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีที่สอง มาตรา 303 ผู้ที่ทำให้หญิงแท้งลูกโดยที่หญิงไม่ยินยอม มีโทษหนักกว่ากรณีแรก จำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และทั้งสองกรณีหากการทำแท้งให้แก่หญิง เป็นเหตุให้หญิงรับอันตรายสาหัสอย่างอื่นด้วยหรือหญิงถึงแก่ความตาย ผู้ที่ทำแท้งให้หญิงต้องรับโทษหนักขึ้น . มาตรา 304 ได้วางหลักไว้ว่า การพยายามทำแท้ง ตามมาตรา 301 และ 302 ไม่ต้องรับโทษ มาตรา 305 กำหนดเหตุยกเว้นความผิดแก่หญิงที่ทำให้ตนแท้ง หรือผู้ที่ทำให้หญิงแท้งโดยหญิงยินยอม จะไม่มีความผิด ถ้าเป็นการกระทำของนายแพทย์ และ (1) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากสุขภาพของหญิงนั้น หรือ (2) หญิงมีครรภ์เนื่องจากการกระทำความผิดทางเพศ . ประมวลกฎหมายอาญาใช้บังคับมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 4/2563 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ว่า ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 301 ที่กำหนดความผิดแก่หญิงทำให้ตนแท้งหรือยินยอมให้ผู้อื่นทำแท้งเป็นความผิดอาญานั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 28 ว่าด้วยสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย ศาลรัฐธรรมนูญให้เหตุลผลว่า การคุ้มครองสิทธิของทารกในครรภ์กับสิทธิของหญิงต้อง “สมดุล” กัน อาจต้องนำ “ช่วงระยะเวลาการตั้งครรภ์” มากำหนดเป็นหลักเกณฑ์ การปฏิเสธสิทธิของหญิงโดยไม่คำนึงเรื่องหลักเกณฑ์ระยะเวลาการตั้งครรภ์จึงกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของหญิงเกินความจำเป็นและไม่ได้สัดส่วน . ศาลรัฐธรรมนูญมี “ข้อเสนอแนะ” ว่า สมควรปรับปรุงกฎหมายอาญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำแท้งให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และกำหนดคำบังคับให้คำวินิจฉัยดังกล่าวมีผลเมื่อพ้น 360 วันนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ซึ่งจะตรงกับ 12 กุมภาพันธ์ 2564 ดังนั้น จึงตีความต่อว่า หากไม่มีการแก้ไขกฎหมายภายในเวลาดังกล่าว มาตรา 301 จะเป็นอันสิ้นผลไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเหตุให้หญิงที่ทำให้ตนแท้งหรือยินยอมให้ผู้อื่นทำแท้ง จะไม่มีความผิดโดยไม่ต้องพิจารณาเรื่องระยะเวลาตั้งครรภ์ . ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ครม. ก็ได้ออกมารับลูก มีมติเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2563 ให้แก้มาตรา 301 ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ต่อมา 17 พฤศจิกายน 2563 ครม. มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพื่อเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภา โดยเสนอแก้ไขสองมาตรา คือ มาตรา 301 และมาตรา 305 สาระสำคัญ คือ กำหนดให้หญิงสามารถทำแท้งได้ภายในอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ โดยไม่มีความผิด และปรับลดอัตราโทษกรณีที่หญิงทำแท้งเมื่ออายุครรภ์เกินกว่า 12 สัปดาห์ และไม่เข้าเหตุยกเว้นความผิดตามที่กฎหมายกำหนด มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ . ต่อมา 17 ธันวาคม 2563 ส.ส. พรรคก้าวไกลก็เข้าชื่อกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาประกับคู่กันไป สาระสำคัญ คือ การเสนอให้แก้ไขบทบัญญัติความผิดฐานทำแท้งทุกมาตราที่มีการบัญญัติคำว่า “หญิง” เป็น “บุคคล” และกำหนดให้หญิงสามารถทำแท้งได้ภายในอายุครรภ์ไม่เกิน 24 สัปดาห์ (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญและเปรียบเทียบร่างกฎหมายทั้งสองฉบับได้ที่ https://ilaw.or.th/node/5803) . อย่างไรก็ดี แม้จะมีการเสนอร่างกฎหมายที่กำหนดอายุครรภ์แตกต่างกัน 23 ธันวาคม 2563 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาทั้งสองฉบับ แต่ยึดร่างฉบับที่เสนอโดย ครม. เป็นร่างหลักในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ก่อนจะอภิปรายและลงมติวาระที่สองและวาระที่สามในวันที่ 20 มกราคม 2564 หลังจากนั้นวุฒิสภาใช้เวลาพิจารณาอีกเพียงห้าวัน คือวันที่ 25 มกราคม 2564 ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณา "สามวาระรวด" และลงมติให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญาโดยไม่แก้ไขร่างฉบับที่ผ่านมาจากสภาผู้แทนราษฎร . ++ กฎหมายใหม่ เปิดทางให้บุคคลทำแท้งได้ภายใน 12 สัปดาห์ ++ . โดยประมวลกฎหมายอาญาฉบับที่แก้ไขใหม่ แตกต่างไปสองมาตรา คือ มาตรา 301 และมาตรา 305 ส่วนมาตราอื่นๆ ที่ไม่ได้แก้ไข จึงมีสาระสำคัญและบทลงโทษเท่าเดิม โดยสองมาตราที่แก้ไขแล้ว มีเนื้อหา ดังนี้ . มาตรา 301 กำหนดให้หญิงทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูกขณะมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ โดยที่ไม่เข้าเงื่อนไขอื่นๆ ตามมาตรา 305 มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จะเห็นได้ว่าอัตราโทษลดลงจากประมวลกฎหมายอาญาเดิม . มาตรา 305 เพิ่มเหตุยกเว้นความผิดแก่หญิงที่ทำให้ตนเองแท้ง หรือผู้ที่ทำให้หญิงแท้งโดยหญิงยินยอมไว้กว้างขึ้น หากเป็นการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้กระทำไม่มีความผิด . (1) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากหากหญิงตั้งครรภ์ต่อไปจะเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายต่อสุขภาพทางกายหรือจิตใจของหญิงนั้น (2) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากมีความเสี่ยงอย่างมากหรือมีเหตุผลทางการแพทย์อันควรเชื่อได้ว่าหากทารกคลอดออกมาจะมีความผิดปกติถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง (3) หญิงยืนยันต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมว่าตนมีครรภ์เนื่องจากมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ประมวลกฎหมายอาญาเดิมก็กำหนดเหตุยกเว้นความผิดที่คล้ายกันไว้ แต่มีประเด็นปัญหาว่า คดีความผิดเกี่ยวกับเพศนั้นต้องมีการดำเนินคดีในกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบเป็นภาระของหญิงที่จะทำแท้งว่า ต้องพิสูจน์ถึงการกระทำผิดดังกล่าวอันอาจส่งผลต่อจิตใจ ในมาตรา 305 (3) ใหม่จึงกำหนดเพียงให้หญิง “ยืนยัน” ด้วยตนเอง ก็จะไม่เป็นภาระต่อหญิงที่ต้องพิสูจน์ถึงการถูกกระทำทางเพศ (4) หญิงซึ่งมีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์ โดยการนับระยะเวลานั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์รณกรณ์ บุญมี Ronnakorn Bunmee อาจารย์ประจำศูนย์กฎหมายอาญา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้อธิบายไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่านับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งล่าสุด (5) หญิงซึ่งมีอายุครรภ์เกินสิบสองสัปดาห์ แต่ไม่เกินยี่สิบสัปดาห์ ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์ภายหลังการตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ทั้งนี้ กรณีตามมาตรา 305 (1) – (3) หญิงสามารถทำแท้งได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุครรภ์ . ++ ภาคประชาชนย้ำ อย่าตีตราผู้ทำแท้งเป็นอาชญากร เรียกร้องยกเลิกกฎหมายลงโทษหญิงทำแท้ง ++ . 25 มกราคม 2564 วันเดียวกับที่วุฒิสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เครือข่ายที่รณรงค์ด้านการทำแท้ง อันประกอบไปด้วย เฟมินิสต์ปลดแอก คุยกับผู้หญิงที่ทำแท้ง และกองทุนสนับสนุนการทำแท้งปลอดภัยนานาชาติ (Safe Abortion Action Fand : SAAF) ได้จัดกิจกรรมที่หน้ารัฐสภา เพื่อเรียกร้องต่อสมาชิกรัฐสภาและผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้พิจารณายกเลิก มาตรา 301 ซึ่งยังกำหนดบทลงโทษทางอาญาแก่ผู้ที่ทำแท้งโดยไม่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย อย่างไรก็ดี ข้อเรียกร้องดังกล่าวก็ไม่บรรลุผลเมื่อที่ประชุมวุฒิสภาไม่ได้มีการแปรญัตติขอแก้ไขมาตรา 301 ส่งผลให้มาตรา 301 ยังคงบรรจุอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา โดยกำหนดอัตราโทษใหม่ ต่ำกว่าประมวลกฎหมายอาญาเดิม 26 มกราคม 2564 ไทยรัฐรายงานว่า ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประธานกรรมการนโยบายสตรี พรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงต่อเครือข่ายฯ ว่า ทางออกบางอย่างต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ และเห็นด้วย จึงขอให้เห็นใจคณะทำงานที่ต้องคิด กลั่นกรอง และต้องผ่านความเห็นชอบจากหลายฝ่าย จึงต้องค่อยๆ ผลักดันเป็นขั้นตอนไป ส่วนตัวขออวยพรให้ทุกความคิดเห็นได้รับการรับฟัง และตอบสนองอย่างเป็นรูปธรรมทุกข้อ Cr.iLaw #Thailand #Mindsth #ทำแท้งปลอดภัย

7Upvotes
thumb_upthumb_downchat_bubble

More from ✿*゚‘゚・✿.。.Rose *.:。 ✿*゚‘゚✿

ผู้มีอำนาจต้องหยุดความคิดในการคว่ำการ #แก้รัฐธรรมนูญ

79 views ·
ร่วงฟ้าอีก 400 คน การบินไทยเตรียมปลดนักบิน-ลดเงินเดือนพนักงาน ตามแผนฟื้นฟูกิจการ คาดมีผล เม.ย.-พ.ค. นี้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแผนการปรับลดค่าใช้จ่ายตามแผนฟื้นฟูกิจการว่า เตรียมสั่งปลดนักบิน รวมถึงผุดโครงการสมัครใจลาออกก่อนกำหนด และลดเงินเดือนพนักงานราว 395 คน พร้อมปรับขนาดฝูงบิน โดยจะปลดละวางเครื่องบิน 3 ประเภทคือ แอร์บัส A-330-300,แอร์บัส 380 , โบอิง 747 โดยจะเก็บเครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER ,โบอิ้ง 787 และแอร์บัส 350-900 ไว้ใช้ในการทำการบินเท่านั้น โดยเครื่องบินที่ถูกปลดระวางนั้นนักบินที่ประจำการในซีรีย์นั้นก็ต้องปลดระวางไปด้วย โดยกลุ่มแรกที่คาดว่าจะถูกปลดเป็นกลุ่มแรกคือกลุ่มนักบินอาวุโส ที่มีอายุเกินกว่า 52 ปี โดยจะมีผลทันทีราวเดือน เม.ย.-พ.ค. นี้ ซึ่งจะทำให้มีนักบินเหลือที่จะปฏิบัติงานรวม 905 คน จากปัจจุบันที่มีนักบินรวม 1,300 คน และในช่วงปี 2564-2565 จะไม่มีการเพิ่มจำนวนนักบิน นอกจากนี้ บริษัทฯ จะทำปรับโครงสร้างเงินเดือนของนักบินใหม่ทั้งหมด โดยจะปรับลดอัตราเงินเดือนลง 15-20% ตามตลาดความต้องการนักบินทั่วโลกที่ปรับลดลง หลังจากอุตสาหกรรมการบินประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยบริษัทฯ จะให้นักบินทั้ง 905 คนที่ทำสัญญาจ้างฉบับใหม่ #พลังแห่งนกหวีด #Mindsth #Thaiairways
42 views ·

More from ✿*゚‘゚・✿.。.Rose *.:。 ✿*゚‘゚✿

ผู้มีอำนาจต้องหยุดความคิดในการคว่ำการ #แก้รัฐธรรมนูญ

79 views ·
ร่วงฟ้าอีก 400 คน การบินไทยเตรียมปลดนักบิน-ลดเงินเดือนพนักงาน ตามแผนฟื้นฟูกิจการ คาดมีผล เม.ย.-พ.ค. นี้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแผนการปรับลดค่าใช้จ่ายตามแผนฟื้นฟูกิจการว่า เตรียมสั่งปลดนักบิน รวมถึงผุดโครงการสมัครใจลาออกก่อนกำหนด และลดเงินเดือนพนักงานราว 395 คน พร้อมปรับขนาดฝูงบิน โดยจะปลดละวางเครื่องบิน 3 ประเภทคือ แอร์บัส A-330-300,แอร์บัส 380 , โบอิง 747 โดยจะเก็บเครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER ,โบอิ้ง 787 และแอร์บัส 350-900 ไว้ใช้ในการทำการบินเท่านั้น โดยเครื่องบินที่ถูกปลดระวางนั้นนักบินที่ประจำการในซีรีย์นั้นก็ต้องปลดระวางไปด้วย โดยกลุ่มแรกที่คาดว่าจะถูกปลดเป็นกลุ่มแรกคือกลุ่มนักบินอาวุโส ที่มีอายุเกินกว่า 52 ปี โดยจะมีผลทันทีราวเดือน เม.ย.-พ.ค. นี้ ซึ่งจะทำให้มีนักบินเหลือที่จะปฏิบัติงานรวม 905 คน จากปัจจุบันที่มีนักบินรวม 1,300 คน และในช่วงปี 2564-2565 จะไม่มีการเพิ่มจำนวนนักบิน นอกจากนี้ บริษัทฯ จะทำปรับโครงสร้างเงินเดือนของนักบินใหม่ทั้งหมด โดยจะปรับลดอัตราเงินเดือนลง 15-20% ตามตลาดความต้องการนักบินทั่วโลกที่ปรับลดลง หลังจากอุตสาหกรรมการบินประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยบริษัทฯ จะให้นักบินทั้ง 905 คนที่ทำสัญญาจ้างฉบับใหม่ #พลังแห่งนกหวีด #Mindsth #Thaiairways
42 views ·