ซูเปอร์โพล เผย คนไทยปลื้ม ‘บิ๊กตู่-อนุทิน-พุทธิพงษ์’ ผลงานเด่นเข้าตาประชาชน วันที่ 25 ธันวาคม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง รัฐมนตรี เด่น ปี 63 กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,206 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20 – 24 ธันวาคม ที่ผ่านมา เมื่อถามถึง บุคคลในคณะรัฐมนตรีที่เด่น ทำงานเข้าตาประชาชนมีผลงานน่าพอใจ ปี 2563 ที่ผ่านมา พบว่า ผู้ที่ได้รับเสียงสนับสนุนมากที่สุดจากประชาชนร้อยละ 29.4 ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เด่นด้านความเป็นผู้นำ แก้ปัญหาหนักๆ ของประเทศ เป็นคนดี ไม่มีเรื่องเสื่อมเสียทุจริตคอรัปชั่น กล้าตัดสินใจ ทำบ้านเมืองเจริญ ถนนหนทางเกิดขึ้นจำนวนมาก รถไฟฟ้าหลายสาย แก้วิกฤตโควิดรอบแรก โครงการคนละครึ่ง กระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นต้น รองลงมาคือ ร้อยละ 24.9 ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เด่น ด้านแก้ปัญหาโควิด บริหารจัดการทีมงานบุคลากรการแพทย์ ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้เช่น ปลดล็อคกัญชา ผลักดันรักษาโรคมะเร็งได้ทุกโรงพยาบาล เพิ่มสิทธิรักษาทุกโรคแท้จริง กล้าคิดกล้าทำ กล้าพูด มีจิตใจดี ช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจ และอื่น ๆ เป็นต้น ถัดมาคือ ร้อยละ 23.5 ได้แก่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เด่น การพัฒนาระบบดิจิทัลแก้วิกฤตโควิด โครงการไทยชนะ คัดกรองเกาะติดสถานการณ์โควิด นโยบายประชาชนเข้าถึงระบบ 5G แก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ พนันออนไลน์ จัดการขบวนการล่วงละเมิดสถาบันหลักของชาติ การควบรวมกิจการบริการระบบสื่อสารของรัฐสนับสนุนโครงการคนละครึ่ง โครงการนำสายไฟและสายสื่อสารลงใต้ดิน และอื่นๆ ร้อยละ 22.6 ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เด่น ด้านการจัดการความวุ่นวายของบ้านเมือง แก้ปัญหาขัดแย้งทางการเมือง ความเดือดร้อนหนี้สินนอกระบบ ปัญหาที่ทำกินของชาวบ้าน และอื่นๆ เป็นต้น ร้อยละ 22.6 เช่นกัน ได้แก่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เด่น เรื่องอนุรักษ์สัตว์ป่า สัตว์ทะเล จัดการขบวนการทำผิดกฎหมายทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สานต่อให้ประชาชนอยู่กับป่าเพื่อเศรษฐกิจฐานราก และอื่นๆ นอกจากนี้ ร้อยละ 22.3 ได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เด่น การช่วยเหลือประกันราคาพืชผลการเกษตร ส่งเสริมธุรกิจส่งออก ลดราคาสินค้า และอื่นๆ และร้อยละ 21.8 ได้แก่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เด่น ผลงานต่างๆ เช่น แก้ปัญหาภัยแล้ง ต่อยอดโครงการพระราชดำริดูแลช่วยเหลือเกษตรกร ช่วยเหลือราคากุ้ง ช่วยเกษตรกรช่วงโควิด เป็นต้น ในขณะที่ ร้อยละ 25.2 ได้แก่ อื่น ๆ เช่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และอื่นๆ เป็นต้น ที่น่าสนใจคือ แนวโน้มจุดยืนการเมืองของประชาชนในเรื่องสนับสนุนรัฐบาล ไม่สนับสนุนรัฐบาล และกลุ่มพลังเงียบ หรือกลุ่มไม่สนใจอะไรเลย (พวก ignorance) เปลี่ยนแปลงขึ้นลงตลอดในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา พบว่า ล่าสุด ฐานสนับสนุนของประชาชนต่อรัฐบาลเพิ่มสูงขึ้นจากร้อยละ 33.9 ในเดือนกันยายน มาอยู่ที่ร้อยละ 35.7 ในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตาม ฐานไม่สนับสนุนรัฐบาลก็เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 29.7 ในเดือนกันยายนมาอยู่ที่ร้อยละ 31.4 แต่ กลุ่มพลังเงียบหรือกลุ่มไม่สนใจอะไรเลย ลดลงเล็กน้อยจากร้อยละ 36.5 มาอยู่ที่ร้อยละ 32.9 ในการสำรวจครั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กล่าวว่า จะเป็นใครไปไม่ได้ในคณะรัฐมนตรีที่ประชาชนระบุว่า เด่น มีความเป็นผู้นำทำงานเข้าตาประชาชนแก้ปัญหาวิกฤตต่าง ๆ ของประเทศตลอดปี 2563 ที่ผ่านมาคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีคนอื่น ๆ ก็ได้ค่าร้อยละลดหลั่นกันลงมาไม่ค่อยแตกต่างกัน แต่ที่น่าพิจารณาคือสถานการณ์วิกฤตของประเทศทั้งเรื่อง โควิด และ ความขัดแย้งของคนในชาติ และความเดือดร้อนของประชาชนในด้านต่างๆ ทำให้เกิดความโดดเด่นในตัวบุคคลที่น่าจับตามองในคณะรัฐมนตรีคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และแม้แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่หลายคนคาดว่าตกเป็นเป้าการโจมตีกลับพบว่ามีหลายอย่างที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยเห็นว่าเด่นมีผลงานแก้ความขัดแย้งของคนในชาติ ลดความเดือดร้อนเรื่องหนี้สินนอกระบบและปัญหาที่ทำกิน เป็นต้น ทั้งนี้ ที่น่าพิจารณาอีกจุดหนึ่งคือ จุดยืนทางการเมืองของประชาชนต่อรัฐบาล ทั้งสามกลุ่มคือ กลุ่มสนับสนุนรัฐบาล กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล และ กลุ่มพลังเงียบหรือกลุ่มไม่สนใจอะไรเลย ที่มีการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มในช่วงหลังไม่มีม็อบ โดยพบว่า กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลเพิ่มขึ้น กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลก็เพิ่มขึ้น แต่กลุ่มพลังเงียบหรือกลุ่มคนไม่สนใจอะไรเลย ลดลง แต่ทั้งสามกลุ่มกำลังมี พลัง เท่าๆ กัน คือประมาณหนึ่งในสาม จึงเป็นสถานการณ์ที่ท้าทายความสามารถของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล รวมถึง ส่วนราชการที่ต้องร่วมปฏิบัติภารกิจทำหน้าที่ขับเคลื่อนไปกับประชาชนนำพาประเทศชาติให้ผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ทั้งโควิดรอบใหม่และความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนทั่วประเทศในเวลานี้ มติชนออนไลน์ วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2563 https://www.matichon.co.th/politics/news_2500294 #thailand #mindsth

thumb_up5thumb_downchat_bubble1

More from Ezar_Artparu

นะจ๊ะ #thailand #mindsth

57 views · Dec 25th, 2020

‘เอนก’ เผยความคืบหน้าโปรเจกต์ ยานอวกาศ ใช้งบเท่าไหร่ หวังนำไทยหลุดพ้นรายได้ปานกลาง ‘เอนก’ เผยความคืบหน้าโปรเจกต์ สร้างดาวเทียมแปรเป็น ยานอวกาศ ใช้งบเท่าไหร่ ยันขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ หวังสร้างวิธีคิดใหม่ นำไทยหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง วันที่ 25 ธ.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) จัดแถลงข่าวสรุปผลงานเด่น ปี 2563 โดย ศ.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงความคืบหน้าในด้านเทคโนโลยีอวกาศว่า ภายในอีก 4-5 ปี จากนี้ไป ประเทศไทยจะทำดาวเทียมระดับ 50-100 กิโลกรัม และต่อจากนั้นอีก 3 ปี จะทำดาวเทียมที่แปรสภาพเป็นยานอวกาศไม่ใช่แค่ดาวเทียมที่โคจรรอบโลก แต่จะเป็นพลังงานที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว 3 หมื่นกิโลเมตรต่อชั่วโมง เข้าถึงระบบโคจรรอบดวงจันทร์ภายในระยะเวลา 1 ปี มีระบบบังคับจากโลก ส่วนหนึ่งของการขยายความสามารถทางอวกาศเพราะปัจจุบันโลกกำลังพูดถึงเศรษฐกิจอวกาศ และจะเป็นหนทางสำคัญที่จะทำให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ประเทศไทยกำลังจะสร้างวิธีคิดใหม่ ว่าเราสามารถทำได้ ถือเป็นความสำเร็จของวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ คาดว่าจะใช้งบประมาณเพียง 3,000 ล้านบาทเท่านั้น “ในทุกปัญหาและวิกฤติย่อมก่อให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อนำประเทศฝ่าวิกฤติ ทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น และกระทรวง อว.ยังคงเดินหน้าในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำพาประเทศไทยก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง” ศ.เอนก กล่าว Khaosod Online วันศุกร์ ที่ 25 ธ.ค. 2563 https://www.khaosod.co.th/politics/news_5601847 #thailand #mindsth

44 views · Dec 25th, 2020

‘ประยุทธ์’ยันยังไม่ล็อกดาวน์ทั้งประเทศ อย่าตื่นตระหนก เดี๋ยวนี้กินยาทัน รักษาหายหมด ไม่มีตาย คนไทยเฮ ‘ประยุทธ์’ยันมติ ศบค.ยังไม่ล็อกดาวน์ทั้งประเทศ จัดโซนพื้นที่ควบคุมตามพื้นที่ มอบ”ผู้ว่าฯ-สสจ.”พิจารณาไฟเขียวกิจกรรมช่วงปีใหม่หรือไม่ “ เผย”มีคนส่งข้อมูล จนท.เอี่ยวขนแรงงานเถื่อนมาเพียบสั่งลุยสอบเต็มที่ เตรียมหารือ ครม.สับดาห์หน้านำแรงงานเถื่อนเข้าสู่ระบบเพื่อให้มีงานทำ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบค.)​ ชุดใหญ่ ว่า วันนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลจากระดับพื้นที่ขึ้นมา โดยเห็นว่าขณะนี้จำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นในมากยิ่งขึ้น จึงจะให้คณะทำงานต่างๆ ของศบค.ย้ายจากฝั่งสำนักงานกพ.เดิมกลับมาทำงานที่ตึกสันติไมตรีทำเนียบรัฐบาลเหมือนเดิม ขณะเดียวกันหลังจากนี้ก็จะให้มีการแถลงข่าวทุกวันเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน ทั้งนี้ที่ประชุมมีข้อสรุปให้มีการกำหนดพื้นที่คร่าวๆ เพื่อให้เห็นว่าจะบริหารจัดการแต่ละพื้นที่อย่างไร ตามความรุนแรงของสถานการณ์และหามาตรการว่าแต่ละพื้นที่มีมาตรการอย่างไร แต่ละจังหวัดแต่ละกลุ่มผู้ว่าฯ และสจจ. พิจารณาเองว่ากิจกรรมใดทำหรือไม่ได้ โดยเฉพาะงานสาธารณะที่ไม่รู้ที่มาของคน เพราะควบคุมไม่ได้ ตนจำเป็นต้องตัดสินใจเพื่อความปลอดภัยของคนทั้งประเทศบริหารความเสี่ยงและการตื่นตระหนกให้ได้ โดยหาวิธีดำเนินการที่เหมาะสม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ยืนยันจากสาธารณสุขและคณะแพทย์ต่างๆ ว่าขณะนี้เรายังควบคุมได้ในระดับน่าพอใจทั้งหมด เหลือแต่ความร่วมมือ จึงต้องไปดูสถานศึกษา และสถานประกอบการต่างๆ นอกจากนี้ในส่วนของสัตว์น้ำ กรมควบคุมโรคกำลังพิสูจน์ทราบอยู่ เพราะมีผลเรื่องการส่งออกสินค้าจำนวนมาก จึงฝากสื่อมวลชนลงรายละเอียดและคิดตามที่ศบค.แถลงด้วย อย่ามองแค่ปลายทาง เชื่อว่าถ้าทั้ง 70 ล้านคน ยึดมาจากการสาธารณสุขสวมหน้ากากเว้นระยะห่าง ไม่ไปแหล่งชุมนุมจำนวนมาก ไม่ตะโกนใส่กัน ไม่ไปฟังที่น้ำลายออกมา ถ้ารู้ตัวไปพื้นที่เสี่ยงต้องกักตัว อย่างไรก็ตามแม้จะยังไม่ห้ามการจัดกิจกรรมคนจำนวนมาก แต่ต้องตรวจสอบที่มาของคนที่มาร่วมงานได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญการบริหารแรงงานต่างด้าว ยืนยันต้องการให้ถูกกฎหมายที่ผ่านมาไปย้อนดูทุกรัฐบาลใครทำหรือไม่ แต่ยังมีคนเห็นแก่ตัวมากขึ้น จ้างแรงงานราคาถูก จึงต้องยอมให้ทำถูกต้องเสียค่าแรงขึ้นมา ต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจ นี่คือรวมใจไทยสร้างชาติ ถ้าบอกเพียงรัฐบาลได้ผลไม่ได้ผล ทำดีไม่ดี ต้องไปดูว่าร่วมมือกันหรือไม่ ตนไม่โทษคนไทย ไม่โทษใคร หากใครได้รับผลกระทบรัฐบาลต้องดูแลคน 70 ล้านคน แต่จะทำให้ถูกใจทั้งหมดคงไม่ได้ ซึ่งโซเชียลใครจะด่าจะว่าตนไม่โกรธ แต่ขอให้ทุกคนช่วยกันทำให้ปลอดภัย ยืนยันรัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่และให้คำยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขของเราดูแลได้ เน้นย้ำผู้ว่าฯ ซึ่งเป็น ผบ.ระดับพื้นที่ ซึ่งไม่ใช่โยนให้ผู้ว่าฯ แต่เป็นการมอบอำนาจ ขอให้ทุกคนทำให้เต็มที่พล เรือน ตำรจจและทหารช่วยดูด้วยและดูเรื่องการทุจริตให้ด้วย ที่ข่าวว่าผู้มีอำนาจสั่งรถตู้ขนแรงงานเข้ามา ถามว่าเป็นใครเอาชื่อมาเลย ตอนนี้มีคนในโซเชียลส่งชื่อมาแล้ว สนกำลังให้ตรวจสอบหลายคน ไม่ว่าจะท้องถิ่น กำนันใครที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบทั้งหมด นายกฯ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามโรคโควิดสามารถรักษาได้หมด ไม่มีตาย หากรักษาทัน ก็หายหมด และหลายคนมีภูมิต้านทาน ไม่ทานยาก็หาย เว้นผู้มีความเสี่ยงสูง ขณะที่เรื่องวัคซีนก็กำลังพัฒนาแต่ต้องตรวจสอบความชัดเจน พร้อมฉีดเมื่อปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียง ย้ำว่าไม่อยากให้ทุกคนตื่นตระหนก เราเคยตื่นตระหนกมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งเมื่อวันนี้เกิดขึ้นอีก ควาามพร้อมของเรา ทั้งแพทย์ ระบบพยาบาล และสาธารณสุขของเราครบพร้อมรองรับได้ และเมื่อวัคซีนมาแล้วจะทำอย่างไร เราต้องประคับประคองตัวให้ผ่านโควิดไปได้ก่อน ซึ่งวันนี้หลายคนรอตนจะล็อกดาวน์ทั้งประเทศหรือไม่ ต้องดูแต่ละพื้นที่ และอย่ารังเกียจคนพื้นที่ใด ซึ่งหากยอกว่าพื้นที่ไหนเป็นสีแดงก็จะมองว่าเปื้อนทั้งจังหวัด ซึ่งแต่ละพื้นที่บางอำเภอก็มีทั้งเสี่ยงมากและเสี่ยงน้อย เป็นเรื่องที่หน่วยระดับพื้นที่ทำงาน ขณะเดียวกันการจัดกิจกรรมช่วงปีใหม่หรอกิจกรรม สาธารณะอื่นๆก็กำลังพิจารณาว่าจะได้หรือไม่ แต่ต้องรู้ที่มาคนมาร่วมงาน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายรัฐบาลพยายามที่จะนำเข้าสู่ระบบและให้สามารถทำงานได้โดยจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ในช่วงท้ายพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ลุงตู่ฝากถึงคนไทยทั้งประเทศ ลุงตู่ห่วงใยทุกคนนะจ๊ะ ทุกเรื่องรัฐบาลจะดูแลคนไทยทั้ง 70 ล้านคน” มติชนออนไลน์ วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม 2563 https://www.matichon.co.th/politics/news_2498645 #thailand #mindsth

27 views · Dec 24th, 2020

More from Ezar_Artparu

นะจ๊ะ #thailand #mindsth

57 views · Dec 25th, 2020

‘เอนก’ เผยความคืบหน้าโปรเจกต์ ยานอวกาศ ใช้งบเท่าไหร่ หวังนำไทยหลุดพ้นรายได้ปานกลาง ‘เอนก’ เผยความคืบหน้าโปรเจกต์ สร้างดาวเทียมแปรเป็น ยานอวกาศ ใช้งบเท่าไหร่ ยันขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ หวังสร้างวิธีคิดใหม่ นำไทยหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง วันที่ 25 ธ.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) จัดแถลงข่าวสรุปผลงานเด่น ปี 2563 โดย ศ.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงความคืบหน้าในด้านเทคโนโลยีอวกาศว่า ภายในอีก 4-5 ปี จากนี้ไป ประเทศไทยจะทำดาวเทียมระดับ 50-100 กิโลกรัม และต่อจากนั้นอีก 3 ปี จะทำดาวเทียมที่แปรสภาพเป็นยานอวกาศไม่ใช่แค่ดาวเทียมที่โคจรรอบโลก แต่จะเป็นพลังงานที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว 3 หมื่นกิโลเมตรต่อชั่วโมง เข้าถึงระบบโคจรรอบดวงจันทร์ภายในระยะเวลา 1 ปี มีระบบบังคับจากโลก ส่วนหนึ่งของการขยายความสามารถทางอวกาศเพราะปัจจุบันโลกกำลังพูดถึงเศรษฐกิจอวกาศ และจะเป็นหนทางสำคัญที่จะทำให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ประเทศไทยกำลังจะสร้างวิธีคิดใหม่ ว่าเราสามารถทำได้ ถือเป็นความสำเร็จของวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ คาดว่าจะใช้งบประมาณเพียง 3,000 ล้านบาทเท่านั้น “ในทุกปัญหาและวิกฤติย่อมก่อให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อนำประเทศฝ่าวิกฤติ ทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น และกระทรวง อว.ยังคงเดินหน้าในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำพาประเทศไทยก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง” ศ.เอนก กล่าว Khaosod Online วันศุกร์ ที่ 25 ธ.ค. 2563 https://www.khaosod.co.th/politics/news_5601847 #thailand #mindsth

44 views · Dec 25th, 2020

‘ประยุทธ์’ยันยังไม่ล็อกดาวน์ทั้งประเทศ อย่าตื่นตระหนก เดี๋ยวนี้กินยาทัน รักษาหายหมด ไม่มีตาย คนไทยเฮ ‘ประยุทธ์’ยันมติ ศบค.ยังไม่ล็อกดาวน์ทั้งประเทศ จัดโซนพื้นที่ควบคุมตามพื้นที่ มอบ”ผู้ว่าฯ-สสจ.”พิจารณาไฟเขียวกิจกรรมช่วงปีใหม่หรือไม่ “ เผย”มีคนส่งข้อมูล จนท.เอี่ยวขนแรงงานเถื่อนมาเพียบสั่งลุยสอบเต็มที่ เตรียมหารือ ครม.สับดาห์หน้านำแรงงานเถื่อนเข้าสู่ระบบเพื่อให้มีงานทำ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบค.)​ ชุดใหญ่ ว่า วันนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลจากระดับพื้นที่ขึ้นมา โดยเห็นว่าขณะนี้จำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นในมากยิ่งขึ้น จึงจะให้คณะทำงานต่างๆ ของศบค.ย้ายจากฝั่งสำนักงานกพ.เดิมกลับมาทำงานที่ตึกสันติไมตรีทำเนียบรัฐบาลเหมือนเดิม ขณะเดียวกันหลังจากนี้ก็จะให้มีการแถลงข่าวทุกวันเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน ทั้งนี้ที่ประชุมมีข้อสรุปให้มีการกำหนดพื้นที่คร่าวๆ เพื่อให้เห็นว่าจะบริหารจัดการแต่ละพื้นที่อย่างไร ตามความรุนแรงของสถานการณ์และหามาตรการว่าแต่ละพื้นที่มีมาตรการอย่างไร แต่ละจังหวัดแต่ละกลุ่มผู้ว่าฯ และสจจ. พิจารณาเองว่ากิจกรรมใดทำหรือไม่ได้ โดยเฉพาะงานสาธารณะที่ไม่รู้ที่มาของคน เพราะควบคุมไม่ได้ ตนจำเป็นต้องตัดสินใจเพื่อความปลอดภัยของคนทั้งประเทศบริหารความเสี่ยงและการตื่นตระหนกให้ได้ โดยหาวิธีดำเนินการที่เหมาะสม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ยืนยันจากสาธารณสุขและคณะแพทย์ต่างๆ ว่าขณะนี้เรายังควบคุมได้ในระดับน่าพอใจทั้งหมด เหลือแต่ความร่วมมือ จึงต้องไปดูสถานศึกษา และสถานประกอบการต่างๆ นอกจากนี้ในส่วนของสัตว์น้ำ กรมควบคุมโรคกำลังพิสูจน์ทราบอยู่ เพราะมีผลเรื่องการส่งออกสินค้าจำนวนมาก จึงฝากสื่อมวลชนลงรายละเอียดและคิดตามที่ศบค.แถลงด้วย อย่ามองแค่ปลายทาง เชื่อว่าถ้าทั้ง 70 ล้านคน ยึดมาจากการสาธารณสุขสวมหน้ากากเว้นระยะห่าง ไม่ไปแหล่งชุมนุมจำนวนมาก ไม่ตะโกนใส่กัน ไม่ไปฟังที่น้ำลายออกมา ถ้ารู้ตัวไปพื้นที่เสี่ยงต้องกักตัว อย่างไรก็ตามแม้จะยังไม่ห้ามการจัดกิจกรรมคนจำนวนมาก แต่ต้องตรวจสอบที่มาของคนที่มาร่วมงานได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญการบริหารแรงงานต่างด้าว ยืนยันต้องการให้ถูกกฎหมายที่ผ่านมาไปย้อนดูทุกรัฐบาลใครทำหรือไม่ แต่ยังมีคนเห็นแก่ตัวมากขึ้น จ้างแรงงานราคาถูก จึงต้องยอมให้ทำถูกต้องเสียค่าแรงขึ้นมา ต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจ นี่คือรวมใจไทยสร้างชาติ ถ้าบอกเพียงรัฐบาลได้ผลไม่ได้ผล ทำดีไม่ดี ต้องไปดูว่าร่วมมือกันหรือไม่ ตนไม่โทษคนไทย ไม่โทษใคร หากใครได้รับผลกระทบรัฐบาลต้องดูแลคน 70 ล้านคน แต่จะทำให้ถูกใจทั้งหมดคงไม่ได้ ซึ่งโซเชียลใครจะด่าจะว่าตนไม่โกรธ แต่ขอให้ทุกคนช่วยกันทำให้ปลอดภัย ยืนยันรัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่และให้คำยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขของเราดูแลได้ เน้นย้ำผู้ว่าฯ ซึ่งเป็น ผบ.ระดับพื้นที่ ซึ่งไม่ใช่โยนให้ผู้ว่าฯ แต่เป็นการมอบอำนาจ ขอให้ทุกคนทำให้เต็มที่พล เรือน ตำรจจและทหารช่วยดูด้วยและดูเรื่องการทุจริตให้ด้วย ที่ข่าวว่าผู้มีอำนาจสั่งรถตู้ขนแรงงานเข้ามา ถามว่าเป็นใครเอาชื่อมาเลย ตอนนี้มีคนในโซเชียลส่งชื่อมาแล้ว สนกำลังให้ตรวจสอบหลายคน ไม่ว่าจะท้องถิ่น กำนันใครที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบทั้งหมด นายกฯ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามโรคโควิดสามารถรักษาได้หมด ไม่มีตาย หากรักษาทัน ก็หายหมด และหลายคนมีภูมิต้านทาน ไม่ทานยาก็หาย เว้นผู้มีความเสี่ยงสูง ขณะที่เรื่องวัคซีนก็กำลังพัฒนาแต่ต้องตรวจสอบความชัดเจน พร้อมฉีดเมื่อปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียง ย้ำว่าไม่อยากให้ทุกคนตื่นตระหนก เราเคยตื่นตระหนกมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งเมื่อวันนี้เกิดขึ้นอีก ควาามพร้อมของเรา ทั้งแพทย์ ระบบพยาบาล และสาธารณสุขของเราครบพร้อมรองรับได้ และเมื่อวัคซีนมาแล้วจะทำอย่างไร เราต้องประคับประคองตัวให้ผ่านโควิดไปได้ก่อน ซึ่งวันนี้หลายคนรอตนจะล็อกดาวน์ทั้งประเทศหรือไม่ ต้องดูแต่ละพื้นที่ และอย่ารังเกียจคนพื้นที่ใด ซึ่งหากยอกว่าพื้นที่ไหนเป็นสีแดงก็จะมองว่าเปื้อนทั้งจังหวัด ซึ่งแต่ละพื้นที่บางอำเภอก็มีทั้งเสี่ยงมากและเสี่ยงน้อย เป็นเรื่องที่หน่วยระดับพื้นที่ทำงาน ขณะเดียวกันการจัดกิจกรรมช่วงปีใหม่หรอกิจกรรม สาธารณะอื่นๆก็กำลังพิจารณาว่าจะได้หรือไม่ แต่ต้องรู้ที่มาคนมาร่วมงาน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายรัฐบาลพยายามที่จะนำเข้าสู่ระบบและให้สามารถทำงานได้โดยจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ในช่วงท้ายพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ลุงตู่ฝากถึงคนไทยทั้งประเทศ ลุงตู่ห่วงใยทุกคนนะจ๊ะ ทุกเรื่องรัฐบาลจะดูแลคนไทยทั้ง 70 ล้านคน” มติชนออนไลน์ วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม 2563 https://www.matichon.co.th/politics/news_2498645 #thailand #mindsth

27 views · Dec 24th, 2020