“ยอมรับว่าเคยสำลักกะทิสลิ่มนิดนึงเหมือนกันตอนแอมมี่สาดสีรอบแรก เมื่อหลายเดือนก่อนนู้น ด้วยความที่ไม่ชอบการกระทำของ กปปส มากมากในทุกมิติ เราก็เลยเผลออคติเวลาเห็นอะไรคล้ายๆ หรือชวนให้คิดไปถึงช่วงเวลาน่ารังเกียจเหล่านั้น แต่พอตั้งสติบ้วนน้ำเปรี้ยวจากกะทิบูดที่เอ่อคอทิ้งไปได้ ก็ลองนั่งทำความเข้าใจคำว่า "สันติวิธี" เริ่มจากอ่านความเห็นของเพื่อนที่แตกออกเป็นสองข้างนี่แหละ สุดท้ายก็ตกตะกอนกับตัวเองว่า ตราบใดที่ไม่ใช่การทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บถึงตาย ทำไรได้ ทำไปเถอะ ทำไปโลดดดด เพราะขณะที่รัฐมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สามารถทำให้เราบาดเจ็บ พิการ ถึงตาย ได้ครบ ทั้งรถฉีดน้ำ แก๊สน้ำตา เครื่องหูดับ กระสุนยาง กระสุนจริง มีทุกสิ่งและเริ่มใช้แล้วทุกอย่าง !!! เทียบกับเราประชาชนมือเปล่า สเปรย์พ่น และถังสี คุณไม่เห็นกันจริงๆ เหรอว่าดีกรีความรุนแรงมันเทียบกันไม่ได้เลย ?!? แต่เครื่องมือเหล่านี้แหละที่จะค่อยๆ เพิ่มอำนาจต่อรอง ขยายให้เสียงของคนสามัญอย่างเราๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่การนั่งพับเพียบ พูดเพราะ รอกระสุนพระราชทาน !!! ส่วนตัวคิดว่าไม่แปลก ถ้ารอบแรกๆ ที่เห็นอะไรทำนองนี้แล้วบางคนจะรู้สึกสตันท์ จะมีอ๊องบ้างไรบ้าง เพราะก็ต้องยอมรับว่าวัฒนธรรมประท้วงบ้านเรา มันยังเตาะแตะ ตัวเราเองก็ยังมีประเด็นให้ตั้งคำถามกับตัวเองและเรียนรู้ทุกวัน แต่นับจากเคสสาดสีครั้งแรก นี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วโนะ ถ้าการสาดสี พ่นถนน หน้า สนช เมื่อวาน ยังกวนใจคุณอยู่อีก อันนี้เราว่าแปลกละ! โดยเฉพาะกับคนที่ไปม็อบ เราว่ายิ่งแปลก! มันน่าจะถึงเวลาที่คุณต้องหยุดคิด หยุดตั้งสเตตัสสะเทือนใจการสาดสี แล้วหันมาสางปมในใจคุณดีกว่า ลองวางจรรยามารยาทลง แล้วตั้งคำถามตัวเองดังๆ ว่าทำไมตัวฉันถึงเซนสิทีฟกับคำหยาบ? ทำไมฉันถึงหวงความสะอาดของพื้นถนน ห่วงป้าย สนช มากกว่าเป้าหมายของการต่อสู้? อะไรทำให้ฉันติดกับดักปัญญาชน? ลองดูนะ เราว่าสางปมตัวเองก่อนแล้วเราจะเห็นแก่นของการกระทำหลายๆ สิ่งมากขึ้น ไม่ใช่เห็นแค่เปลือก สุดท้ายนี้ อยากขอพูดอะไรแรงๆ สักนิด เพื่อนสายยูนิคอร์นอย่าอ่านต่อน้าาา 💖🌼💗🌼💝🌼💞✨✨✨ โถถถถ อีพวกดัดจริต สู้กับรัฐก็ยากจะตายห่าอยู่แล้ว ยังต้องมาสู้กับความตอแหล ความกระแดะ รักสะอาดของพวกมึงอีก เรื่องโง่นี่ฉลาดตลอด ต้องให้กูบอกตลอด มึงอย่ามาเก่งกับกูนะอีปลาควย!!! 💖🌼💝🌼💗🌼💞✨✨✨” #มิตรสหายท่านหนึ่ง #MindsTh #Thailand #FreeYouth #ให้มันจบที่รุ่นเรา #เยาวชนปลดแอก
thumb_up13thumb_downchat_bubble1