รุ้ง x แสงดาวแห่งศรัทธา . วันนี้ไปเยี่ยมรุ้งในช่วงบ่าย รุ้งยืนยิ้มรอเราผ่านกระจกกั้นจากห้องขังข้างในเหมือนให้เราสะดุดตาอะไรสักอย่าง พลันเราก็มองเห็นป้ายติดที่คอเสื้อเธอ เราหยิบโทรศัพท์ขึ้นพร้อมกัน เราเริ่มว่า วันนี้มีบัตรและเลขประจำตัวแล้วเหรอ รุ้งยิ้มๆว่า “ใช่แล้ว” . เราเองพยายามไม่จ้องมองที่บัตร ลึกๆมีความเศร้าที่เห็นรุ้งต้องมาถูกแปะป้ายแปะเลขและตีตราเป็นผู้ต้องขังแบบนี้ เราเลยยิ้มให้แล้วเริ่มพูดว่า “เป็นไงบ้างวันนี้” แล้วเล่าว่าวันนี้มาบ่ายเพราะช่วงเช้าตามข่าวคดีละเมิดอำนาจศาลของเพนกวิ้น และได้เล่าอัพเดทให้รุ้งฟังว่าทนายอานนท์ก็ถูกส่งมาขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯเมื่อวานอย่างที่เราคุยกันไว้เลย . วันนี้ไม่ได้เอารูปการชุมนุมไปให้รุ้งดู เพราะเมื่อวานไม่มีการชุมนุมใหญ่ “พักบ้างๆ” รุ้งยิ้มๆ รุ้งถามถึงผลการประชุมสภาสมัยวิสามัญที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร ได้ทางออกไหม พอเล่าให้ฟัง รุ้งก็บอกว่า “อืมๆ” เพราะหากการอภิปรายในสภาคือการยิ่งใส่ร้ายม็อบนักศึกษาและประชาชนที่ประท้วงอยู่ แล้วจะมีพื้นที่ปลอดภัยที่จะพูดคุยกันได้อย่างไร . รุ้งแสดงความห่วงกังวลเรื่องความรุนแรงที่อาจเกิดแบบสุ่มในพื้นที่ต่างจังหวัด เมื่อเล่าเรื่องที่มีผู้ใหญ่ทำร้ายร่างกายเด็กที่ไม่ได้หยุดยืนเคารพเพลงชาติ หากมีการสุมเชื้อไฟให้เกิดความเกลียดชังเยาวชนคนรุ่นใหม่และม็อบไปเรื่อยๆ อาจทำให้เกิดความรุนแรงจากภายนอกเข้าสู่ศูนย์กลาง ภาวะแบบนี้รุ้งมองว่าเราทั้งหลาย นอกจากจะยิ่งต้องยึดแนวทางสันติ สงบ และสร้างสรรค์ อาจลองพูดคุย ลอง dialogue ด้วยเหตุด้วยผล เหมือนเวลาที่เราพยายามคุยกับพ่อแม่หรือคนในครอบครัว แม้เห็นต่างกันไปบ้าง แต่ก็เป็นทางให้เข้าใจมุมต่างกันและกันมากขึ้น และเคารพกันได้ . พอพูดเรื่องกิจกรรมแนวสร้างสรรค์ เราจึงเล่าให้ฟังว่าเห็นมีกลุ่มที่ประกาศจะทำกิจกรรมเกี่ยวกับการรับปริญญาของธรรมศาสตร์สัปดาห์นึ้ รุ้งมีแววตาตื่นเต้นขึ้นมา แล้วพูดว่า “ตอนแรกกะจะไปทำเอง” เธอคิดว่าเป็นกิจกรรมที่ทำได้และสร้างสรรค์ในรั้วมหาวิทยาลัยและในมุมนักศึกษาที่ร่ำเรียนจนจบซึ่งก็อาจจะอยากรับความภาคภูมิใจจากคนที่ใกล้ชิดกันกว่า เช่น พ่อแม่ อาจารย์ อธิการบดี หรือใครอื่นๆที่รู้สึกใกล้ชิดกับความสำเร็จของการศึกษา ทั้งนี้ รุ้งไม่ได้พูดในลักษณะต่อต้านแบบสิ้นเชิง เธอพูดว่ามันเป็นเรื่องการให้ความหมายใหม่ของแต่ละคน ส่วนตัวรุ้งเองก็เคยคิดกิจกรรมวันรับปริญญาตัวเองไว้ว่าจะทำอะไร ก็ไม่ผิดอะไรถ้าจะมีใครจัดกิจกรรมหรืองานรับปริญญาของเราเอง แต่ละคนก็สามารถเลือกได้เองตามความสะดวกใจ . รุ้งยังคงยิ้มแย้มต่อเมื่อเธอเล่ากิจวัตรว่าตื่นตีห้า กินได้ หลับได้ ตอนนี้ “พุงยุบลงนิดหนึ่งละ” เธอพูดติดขำอีกว่า “ชิว มีหนังสือก็สบายละ” เธอเล่าว่าเมื่อวานเธออ่านหนังสือ ‘สังคมวิทยา: ความรู้ฉบับพกพา’ จบแล้ว และวันนี้เริ่มอ่าน ‘ปืน เชื้อโรค และเหล็กกล้า’ แถมยังบอกว่า “พี่รู้ไหม หนังสือบางเล่มรุ้งซื้อตั้งแต่ปี 1 อ่านไม่เคยจบ มาอยู่ในคุก วันหนึ่งอ่านจบเลย มีเวลาอ่านหนังสือได้เยอะมาก ฮา” เราเลยบอกเอาอีกไหมละหนังสือ นี่มีแต่คนอยากส่งเข้าไปเพิ่ม รุ้งบอกว่าที่อาจารย์ส่งเข้ามาวันก่อนยังอ่านไม่หมดเลย เธอขอบคุณน้ำใจใครต่อใครที่อยากส่งหนังสือให้เพิ่ม แต่เธอฝากบอกว่า “ฝากหนังสือไปให้ทางบ้านพรรคโดมแทนนะคะ ตอนนี้ที่มีอ่านยังไม่ทัน ที่บ้านโดมมีตู้หนังสือที่ยังไม่ได้ใช้เลย ฮ่าๆ” . รุ้งฝากถึงเพื่อนๆของเธอว่า “รู้ว่าเพื่อนๆเหนื่อย สู้ๆนะ เดี๋ยวรุ้งออกไป ระหว่างนี้กำลังสะสมความรู้ทั้งหลายจากหนังสือที่อาจารย์ส่งเข้ามาไปใส่ไว้ในหัว แล้วจะออกไปด้วยความรู้ที่เต็มเปี่ยม” แล้วก็ยิ้มหัวเราะแบบรุ้งๆ . สุดท้ายรุ้งเล่าว่า “ตอนอยู่ในคุกธัญบุรี กวิ้นส่งนมมาให้หนึ่งกล่องพร้อมเขียนข้อความให้กำลังใจรุ้งในใบเสร็จมาว่า . ‘ขอเยาะเย้ยทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย’ . รุ้งบอกว่า “พอมาอยู่ในคุก คืออินมาก ถึงมาก ก็อยากให้ทุกคนร้องเพลงนี้ได้ แล้วพอรุ้งออกไปจะได้มาร่วมร้องเพลงนี้กัน” . มันคือ ‘แสงดาวแห่งศรัทธา’ ที่รุ้งมี . รุ้ง ปนัสยา 28 ต.ค. 63 ทัณฑสถานหญิงกลาง, กทม. Photo credit: AFP Story by : Sirikhan Jun #Thailand #Mindsth #รุ้งปนัสยา

thumb_up25thumb_downchat_bubble