281 views
คุยกันเรื่อง #EEC #อีอีซี เกริ่นก่อน โพสต์นี้ยาวมาก และเรียบเรียงได้อ่านยาก ใครที่อ่านเข้าใจและมีความสามารถในการเรียบเรียง กรุณานำข้อเขียนไปเรียบเรียงใหม่ ผู้เขียนจะขอบพระคุณเป็นอย่างสูง เราจะแยกเนื้อหาออกเป็น 3 ส่วน 1. รายละเอียดของโครงการ 2. ความน่าจะสำเร็จของโครงการ 3. สรุปรวมปัญหาและข้อคิดเห็นของเราเห็น 1. รายละเอียดของโครงการ 1.1 อุตสาหกรรมการผลิตและอุตสากรรมการบริการ: ในกฎหมายEECอนุญาตให้นักลงทุนที่เข้าร่วมในEECทำได้ทั้ง”อุตสาหกรรมการผลิต”และ”อุตสาหกรรมการบริการ” ซึ่งปกติแล้ว จะให้ต่างชาติลงทุนได้แค่ภาคการผลิตเท่านั้น เพราะภาคบริการมีกำไรต่อหน่วยสูงกว่ามากจึงจำกัดให้คนชาตินั้นๆลงทุนเท่านั้น เพื่อไม่ให้รายได้ไหลออกนอกประเทศ 1.2 สามารถทำธุรกิจนอกพื้นที่ได้รวมถึงสามารถขยายพื้นที่EECไปทั่วทั้งภาคตะวันออกได้: ในอนาคตกรรมการEECสามารถประกาศขยายอาณาเขตEECออกไปเป็นทั่วทั้งภาคตะวันออกได้เลย ไม่ใช่แค่นั้น นักลงทุนในEECสามารถทำธุรกิจได้ทั้งประเทศไทยถ้าขออนุญาตกรรมการEEC 1.3 สามารถถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน: ทั้งในและนอกพื้นที่EEC รวมไปถึงสปก(ที่คนไทยแท้ๆยังไม่มีสิทธิ์ถือครอง) ระยะเวลาในการเช่า(ถือครอง)คือ 50+49=99ปี ทำสัญญาซ้อนได้ ซึ่งตามกฎหมายปกติอนุญาตให้เช่าสูงสุด 90 ปี ทำสัญญาได้ครั้งละ 30 ปี และไม่สามารถทำสัญญาซ้อนได้ หมายความว่า ทำสัญญาเช่าในปีนี้ อีก 30 ปีข้างหน้าต้องต่อรองทำสัญญารอบที่สอง แล้วก็อีก 30 ทำสัญญาเข่าครั้งที่สุด 3 ซึ่งสามารถขึ้นค่าเช่า เปลี่ยนข้อตกลงต่างๆได้ทุกครั้งที่ต้องทำสัญญาฉบับใหม่ แต่กฎหมายEECอนุญาตให้ทำสัญญาเช่ารวดเดียว 99 ปี 1.4 เงื่อนไขและภาษีในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ: ปกติแล้วการที่ต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์นั้นจะมีกำหนดราคาขั้นต่ำไว้ ต้องเป็นมือหนึ่งเท่านั้น และต้องเสียภาษีโดยคำนวณจากราคานั้นด้วย อย่างมาเลเซียคิดภาษี 15% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ สิงคโปร์คิด 30% ของอสังหาริมทรัพย์ ไทยไม่คิดภาษีชาวต่างชาติที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ และกฎหมายEECงดเว้นกฎหมายจำกัดการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของต่างชาติ จากที่ต่างชาติถือครองคอนโดได้อย่างเดียว ก็สามารถถือครองอสังหาริมทรัพย์ได้ทุกประเภท 1.5 ละเว้นภาษีกไรจากเงินลงทุน: ปกติแล้วกำไรจากเงินลงทุนของต่างชาติจะต้องเสียภาษี แต่EECงดเว้นภาษีจากผลกำไรจากการลงทุน 1.6 สามารถนำเข้าผู้ประกอบวิชาชีพได้: ผู้ประกอบวิชาชีพ เช่น หมอ ทนาย พยาบาล วิศวกร นายหน้า ฯลฯ ถ้าในประเทศต้นทางได้ใบประกอบวิชาชีพแล้ว สามารถเข้ามาทำงานในEECได้เลย 2. ความน่าจะสำเร็จของโครงการ 2.1 เงินลงทุนน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่: หลายประเทศมีเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ขนาดเท่านิคมอุตสาหกรรม รัฐบาลประเทศเหล่านั้นลงทุนเยอะกว่าที่รัฐบาลไทยลงทุนในEECมาก(ถ้าจำไม่ผิดอยู่ที่ประมาณแสนล้าน ทั้งที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด) เขตเศรษฐกิจพิเศษของมาเลเซียขนาดเท่าเขต(อำเภอ)ใหญ่ๆในกรุงเทพรวม 3-4 เขต(เนื้อที่ประมาณนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่)แค่นั้นเอง รัฐบาลมาเลเซียลงทุนประมาณ 2 แสนล้านบาท ก็ยังไม่ประสบความสําเร็จ ไม่สามารถดึงดูดชาวต่างชาติให้ไปลงทุนได้ 2.2 ที่ดินEEC: ที่ดินที่ในเขตEECในอนาคตมีแนวโน้มจะกลายเป็นที่ดินที่ราคาแพงที่สุดในประเทศไทย แต่กลับปล่อยให้ต่างชาติเช่าได้ถึง 99 ปี ถึงอย่างนั้น เสียงตอบรับก็น้อยมากถ้าเทียบกับเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศที่ให้สิทธิประโยชน์น้อยกว่าและราคาที่ดินในอนาคตมีแนวโน้มเติบโตน้อยกว่า 3. สรุปปัญหาและข้อคิดเห็น 3.1 สามารถทำธุรกิจอะไรก็ได้ ในพื้นที่ใดก็ได้ในประเทศไทย เพียงแค่ขออนุญาตกรรมการEECเท่านั้น แปลว่า ธุรกิจของคนไทยจะถูกธุรกิจของต่างชาติตีตลาด และด้วยขนาดทุนที่ใหญ่กว่า ธุรกิจของไทยจะถูกกินส่วนแบ่งในตลาดไปอย่างไม่สามารถต้านได้ 3.2 สามารถถือครองที่ดิน 99 ปี ทั้งที่ถ้าสามารถทำธุรกิจอะไรก็ได้ การคืนทุนน่าจะไม่เกิน 15 ปีด้วยซ้ำ อีก 85 ปีที่เหลือคือกำไรให้ต่างชาติ อีกทั้งไม่มีใครตอบได้ว่า อีก 99 ปีข้างหน้า ราคาที่ดินจะเฟ้อไปแค่ไหน ต่างชาติจะได้ประโยชน์มหาศาล 3.3 และสุดท้าย EECถูกคาดหวังว่าจะเป็นแหล่งสร้างอาชีพให้กับคนไทย ซึ่งก็ไม่จริง เพราะสามารถนำเข้าผู้ประกอบวิชาชีพ(แรงงานทักษะสูง)ได้ คนไทยแทบจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากEEC ทั้งเรื่องแรงงาน ทั้งเรื่องรายได้ ทั้งเรื่องเทคโนโลยี มิหนำซ้ำ ทรัพยากรของไทย อย่างที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ จะถูกใช้สร้างรายได้ให้คนต่างชาติกอบโกยผลประโยชน์กลับประเทศ ทิ้งไว้แต่ภาระในการฟื้นฟูทรัพยากรเหล่านั้น โดยที่ต่างชาติไม่ได้แบกภาระภาษีจากผลกำไรการลงทุนเลย คนไทยต้องจ่ายเพื่อซื้อทรัพยากรเหล่านั้นคืนมาเพื่อให้ต่างชาติมากอบโกยต่อไปเรื่อยๆจนครบ 99 ปี 3.4 ในความเห็นของผม พื้นที่ภาคตะวันออกควรเก็บไว้เป็นพื้นที่สำหรับอุตสากรรมท่องเที่ยวและเกษตรกรรม ตามกฎหมายEECก็เปิดช่องให้ทำอุตสาหกรรมอื่นได้ ผมเองไม่เชื่อว่าจะมีนักลงทุนมากนักที่จะลงทุนในอุตสาหกรรมหนัก นักลงทุนส่วนใหญ่น่าจะเล็งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไว้ ถ้าดำเนินการเต็มรูปแบบน่าจะมีคนต่างชาติมากมายพยายามฮุบธุรกิจท่องเที่ยวของไทยมากกว่าจะมาตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในไทย อย่างไรก็ช่าง ขอย้อนให้ผู้อ่านตระหนักถึงสาระที่สำคัญว่า “ไม่มีประเทศใดบนโลกนี้ กลายเป็นประเทศพัฒนาแล้วเพราะการลบทุนจากต่างชาติ” ไม่ว่าโครงการEECจะสำเร็จหรือไม่ สวยงามจริงๆหรือไม่ ก็ไม่ช่วยให้ประเทศไทยก้าวหน้าได้ ปัจจัยที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาวไม่ใช่การลงทุนของต่างชาติ แต่เป็นการพัฒนาคุณภาพการศึกษา มิหนำซ้ำ กลุ่มประเทศที่มีการลงทุนจากต่างมากที่สุดในโลกนี้คือกลุ่มประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งพวกเขายากจนที่สุด มีคุณภาพชีวิตแย่ที่สุดบนโลกนี้ ไม่ได้ต้องการขู่ แต่อยากให้รู้ว่าการลงทุนของต่างชาติที่มากเกินไปจะทำให้รายได้ของประเทศถูกสูบออกไปให้ต่างชาติจนคนในประเทศยากจนแร้นแค้นได้ สุดท้าย ขอขอบคุณผู้อ่านที่ตามอ่านจนจบ ยังไงก็ให้ผู้มีความสามารถในการเรียบเรียงช่วยนำข้อเขียนนี้ไปเรียบเรียงใหม่เพื่อให้ผู้อ่านได้ง่ายขึ้น #EEC #อีอีซี #economy #thailand #mindsth
thumb_up26thumb_downrepeat9chat_bubble10