More from Pavin Chachavalpongpun

ลังเลอยู่ว่าจะเขียนอะไรเกี่ยวกับต้า วันเฉลิม เพราะแม้ไม่ได้สนิทมาก แต่ก็รู้จักกัน เคบพบกัน และก็เพิ่งคุยกันไม่นานมานี้ ส่วนหนึ่งก็รู้สึกเศร้า สลดใจ ที่ความเห็นต่างทางการเมืองมันทำให้คนๆ นึงต้องถูกกระทำเช่นนี้ ส่วนนึงรู้สึกโกรธ แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไง ที่จะปลดปล่อยผู้ลี้ภัยจากการถูกข่มเหงแบบนี้ เพราะตัวดิชั้นเองก็โดน นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่สรุปได้ว่า คนของรัฐไม่หวั่งเกรงข้อกฎหมายใดๆ ในการปฏิบัติการนอกอำนาจอธิปไตยของตัวเอง คนของรัฐไทยไม่สนใจว่ารัฐบาลกัมพูชาจะรู้อย่างไรเมื่ออธิปไตยของกัมพูชาถูกละเมิด เค้าไม่สนใจว่าสาธารณชนไทยจะรู้สึกอย่างไร และไม่สนใจด้วยว่า เมื่อข่าวออกไปสู่นานาประเทศแล้ว มันจะส่งผลต่อรัฐบาลและสถาบันอย่างไร ...เราโอดครวญมากเรื่องการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมในกรณี George Floyd อันนี้แหละค่ะ "I can't breathe" เวอร์ชั่นไทยแท้ๆ แต่ไม่มีเซเลปคนไหน ไม่มีสำนกักข่าวใหญ่ๆ ของไทย รายงานเรื่องการถูกอุ้มของต้า มิหนำซ้ำ ฝ่ายตรงข้ามยังสะใจที่มันเกิดเหตุการณ์ขึ้นแบบนี้ ดังนั้น ถ้าใครเรียกหาความปรองดองแห่งชาติ คือคุณกำลังฝันหรือจินตนาการ สังคมที่มันปฏิบัติบนความรุนแรง ความหวาดกลัว ความอยุติธรรมและความไม่ยำเกรงกฎหมาย มันจบไม่สวยทุกสังคม ถ้าต้ายังมีชิวิตอยู่ ขอให้ต้ากลับบ้านอย่างปลอดภัยในที่สุด ไม่อยากหวังเป็นอย่างอื่น นี่เรากำลังพูดถึงชีวิตคนหนึ่งคนที่เพียงแค่เค้าคิดต่างจากคุณ #Saveวันเฉลิม
9.17k views ·

ปี 2013 ดิชั้นเริ่มโครงการทำหนังสือเรื่องรัชกาลที่ 8 และแฟนสาวชาวสวิส (ขอโทษค่ะ เล่มนี้ยังต้องใช้เวลาอีกหน่อย ยังไม่ออกขายนะคะ) ดิชั้นได้เดินทางไปเมืองโลซานน์เพื่อไปทำ fieldwork ดิชั้นได้ใช้เวลาอยู่พักใหญที่หอจดหมายเหตุ ณ เมืองโลซานน์ และได้ค้นพบเอกสารของตระกูลมหิดลมากมาย เอาละคะ ขี้เกียจเขียนยาว เอาเป็นว่า ดิชั้นมีเอกสารจำนวนมากที่เกี่ยวกับราชวงศ์ไทยในสวิตเซอร์แลนด์ ...นี่คือส่วนหนึ่งของทรานสคริปต์ของกษัตริย์ภูมิพล (ดิชั้นยังมีรายละเอียดอย่างอื่น แต่ขอเอามาแสดงแค่ส่วนนี้เท่านั้น) จะเห็นได้ว่า ภูมิพลลงทะเบียนเรียนที่มหาวิทยาลัย​โลซานน์ในระดับปริญญาตรีตั้งแต่ปี 1945 ก่อนในหลวงอานันท์ตายหนึ่งปี ลงเรียนสาขาวิทยาศาสตร์ แต่เมื่อในหลวงอานันท์ตาย จึงเปลี่ยนมาเป็นนิติศาสตร์ เพราะเหมาะสมกว่าสำหรับการเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เรียนตั้งแต่ปี 1945 จนถึงปี 1951 (6 ปี แต่จะเห็นได้ว่า มีหยุดเรียนไปช่วงหน้าร้อน 1946 เพราะกลับไทย และช่วงหน้าหนาวปี 1948-49) แต่สุดท้ายก็เรียนไม่จบ และตัดสินใจกลับพระนคร ...ฝากไปบอกอีอัษฎางค์ด้วยค่ะ เรียนไม่จบ ไม่น่าอายเท่าโกหกว่าเรียนจบ

21.69k views ·
เรื่องวรรณสิงห์มันไม่ใช่แค่ยกโทษหรือไม่ยกโทษ มันมีอะไรมากกว่านั้น จริงอยู่ที่ใครบอกว่า เกิดมาในครอบครัวประเสริฐกุล ทำไม ignorant ด้านการเมืองได้ขนาดนั้น แหมอันนี้ก็พูดลำบาก พวกลูกผู้รากมากดีไปเรียกต่อถึงอ๊อกฟอร์ด กลับมายังเชียร์เผด็จการจ๋า แถมกลายมาเป็นนายกที่สั่งฆ่าประชาชนเหยียบร้อย บาดเจ็บนับพัน ดังนั้น ไอ้ที่บอกว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน อาจจะจริงแค่ส่วนเดียว ...Big Cleaning Day มันเป็นวันโหดร้าย มันเป็นสงครามกลางเมืองที่ฝ่ายประชาธิปไตยแพ้แบบราบคาบ ยิงกะโหลกกันสดๆ กลางย่านช้อปปิ้งของบางกอก มันเป็นความเลวร้ายทางการเมือง มันเป็นการสร้างวาทกรรม "เชื้อโรคเสื้อแดง" หรือ red germs ที่อาจารย์ธงชัยกล่าวไว้ มันเป็นการตอกย้ำว่า คนกรุง คนรวย อีลีท มีสิทธิกำหนดชีวิตทางการเมืองเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ์ ใครที่สนับสนุนความคิดแบบนี้ บอกตรงๆ ดิชั้นยากที่จะให้อภัย ...ถ้าเราให้อภัยวรรณสิงห์ เราจะให้อภัยปวันรัตน์และดารณีนุชไหม แม้ว่าเค้าสองคนนั้นออกมาขอโทษ แล้วเราจะให้อภัยอภิสิทธิ์ไหม รวมถึงประยุทธ์ หากเค้าออกมาขอโทษเช่นกัน ขอโทษแล้วมันจบเลยไหมโดยที่ไม่ต้องมีการ "ชดใช้" อะไรเลยหรอ ..."ชดใช้" คือ key word ทำผิดแค่ไหน ก็ต้องออกมาชดใช้แค่นั้น มันถึงหักล้างกันได้ มิเช่นนั้น มันก็คือการไม่ต้องรับผิด หรือ impunity กับไอ้แค่คำว่าขอโทษ วรรณสิงห์จะให้สังคมยกโทษ ต้องทำอะไรมากกว่าขอโทษ ในความเห็นดิชั้น เค้าต้องออกมาประนามคนผิด ออกมาทำแคมเปญ ออกมาต่อสู้กับความอยุติธรรม ไม่ได้แค่ออกมาพูดขอโทษ เพราะแค่นั้นมันไม่พอ ส่วนที่เหลือ ทั้งอีดาราเหี้ยหางแถว มันคือส่วนหนึ่งของการก่ออาชญากรรม ทั้งอภิสิทธิ์และประยุทธ์ ต้องได้รับโทษทางกฎหมาย แค่ขอโทษคงไม่ได้ ดิชั้นว่า การจัดมาตรฐานการให้อภัยแบบนี้ แฟร์กับทุกฝ่ายค่ะ

More from Pavin Chachavalpongpun

ลังเลอยู่ว่าจะเขียนอะไรเกี่ยวกับต้า วันเฉลิม เพราะแม้ไม่ได้สนิทมาก แต่ก็รู้จักกัน เคบพบกัน และก็เพิ่งคุยกันไม่นานมานี้ ส่วนหนึ่งก็รู้สึกเศร้า สลดใจ ที่ความเห็นต่างทางการเมืองมันทำให้คนๆ นึงต้องถูกกระทำเช่นนี้ ส่วนนึงรู้สึกโกรธ แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไง ที่จะปลดปล่อยผู้ลี้ภัยจากการถูกข่มเหงแบบนี้ เพราะตัวดิชั้นเองก็โดน นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่สรุปได้ว่า คนของรัฐไม่หวั่งเกรงข้อกฎหมายใดๆ ในการปฏิบัติการนอกอำนาจอธิปไตยของตัวเอง คนของรัฐไทยไม่สนใจว่ารัฐบาลกัมพูชาจะรู้อย่างไรเมื่ออธิปไตยของกัมพูชาถูกละเมิด เค้าไม่สนใจว่าสาธารณชนไทยจะรู้สึกอย่างไร และไม่สนใจด้วยว่า เมื่อข่าวออกไปสู่นานาประเทศแล้ว มันจะส่งผลต่อรัฐบาลและสถาบันอย่างไร ...เราโอดครวญมากเรื่องการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมในกรณี George Floyd อันนี้แหละค่ะ "I can't breathe" เวอร์ชั่นไทยแท้ๆ แต่ไม่มีเซเลปคนไหน ไม่มีสำนกักข่าวใหญ่ๆ ของไทย รายงานเรื่องการถูกอุ้มของต้า มิหนำซ้ำ ฝ่ายตรงข้ามยังสะใจที่มันเกิดเหตุการณ์ขึ้นแบบนี้ ดังนั้น ถ้าใครเรียกหาความปรองดองแห่งชาติ คือคุณกำลังฝันหรือจินตนาการ สังคมที่มันปฏิบัติบนความรุนแรง ความหวาดกลัว ความอยุติธรรมและความไม่ยำเกรงกฎหมาย มันจบไม่สวยทุกสังคม ถ้าต้ายังมีชิวิตอยู่ ขอให้ต้ากลับบ้านอย่างปลอดภัยในที่สุด ไม่อยากหวังเป็นอย่างอื่น นี่เรากำลังพูดถึงชีวิตคนหนึ่งคนที่เพียงแค่เค้าคิดต่างจากคุณ #Saveวันเฉลิม
9.17k views ·

ปี 2013 ดิชั้นเริ่มโครงการทำหนังสือเรื่องรัชกาลที่ 8 และแฟนสาวชาวสวิส (ขอโทษค่ะ เล่มนี้ยังต้องใช้เวลาอีกหน่อย ยังไม่ออกขายนะคะ) ดิชั้นได้เดินทางไปเมืองโลซานน์เพื่อไปทำ fieldwork ดิชั้นได้ใช้เวลาอยู่พักใหญที่หอจดหมายเหตุ ณ เมืองโลซานน์ และได้ค้นพบเอกสารของตระกูลมหิดลมากมาย เอาละคะ ขี้เกียจเขียนยาว เอาเป็นว่า ดิชั้นมีเอกสารจำนวนมากที่เกี่ยวกับราชวงศ์ไทยในสวิตเซอร์แลนด์ ...นี่คือส่วนหนึ่งของทรานสคริปต์ของกษัตริย์ภูมิพล (ดิชั้นยังมีรายละเอียดอย่างอื่น แต่ขอเอามาแสดงแค่ส่วนนี้เท่านั้น) จะเห็นได้ว่า ภูมิพลลงทะเบียนเรียนที่มหาวิทยาลัย​โลซานน์ในระดับปริญญาตรีตั้งแต่ปี 1945 ก่อนในหลวงอานันท์ตายหนึ่งปี ลงเรียนสาขาวิทยาศาสตร์ แต่เมื่อในหลวงอานันท์ตาย จึงเปลี่ยนมาเป็นนิติศาสตร์ เพราะเหมาะสมกว่าสำหรับการเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เรียนตั้งแต่ปี 1945 จนถึงปี 1951 (6 ปี แต่จะเห็นได้ว่า มีหยุดเรียนไปช่วงหน้าร้อน 1946 เพราะกลับไทย และช่วงหน้าหนาวปี 1948-49) แต่สุดท้ายก็เรียนไม่จบ และตัดสินใจกลับพระนคร ...ฝากไปบอกอีอัษฎางค์ด้วยค่ะ เรียนไม่จบ ไม่น่าอายเท่าโกหกว่าเรียนจบ

21.69k views ·
เรื่องวรรณสิงห์มันไม่ใช่แค่ยกโทษหรือไม่ยกโทษ มันมีอะไรมากกว่านั้น จริงอยู่ที่ใครบอกว่า เกิดมาในครอบครัวประเสริฐกุล ทำไม ignorant ด้านการเมืองได้ขนาดนั้น แหมอันนี้ก็พูดลำบาก พวกลูกผู้รากมากดีไปเรียกต่อถึงอ๊อกฟอร์ด กลับมายังเชียร์เผด็จการจ๋า แถมกลายมาเป็นนายกที่สั่งฆ่าประชาชนเหยียบร้อย บาดเจ็บนับพัน ดังนั้น ไอ้ที่บอกว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน อาจจะจริงแค่ส่วนเดียว ...Big Cleaning Day มันเป็นวันโหดร้าย มันเป็นสงครามกลางเมืองที่ฝ่ายประชาธิปไตยแพ้แบบราบคาบ ยิงกะโหลกกันสดๆ กลางย่านช้อปปิ้งของบางกอก มันเป็นความเลวร้ายทางการเมือง มันเป็นการสร้างวาทกรรม "เชื้อโรคเสื้อแดง" หรือ red germs ที่อาจารย์ธงชัยกล่าวไว้ มันเป็นการตอกย้ำว่า คนกรุง คนรวย อีลีท มีสิทธิกำหนดชีวิตทางการเมืองเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ์ ใครที่สนับสนุนความคิดแบบนี้ บอกตรงๆ ดิชั้นยากที่จะให้อภัย ...ถ้าเราให้อภัยวรรณสิงห์ เราจะให้อภัยปวันรัตน์และดารณีนุชไหม แม้ว่าเค้าสองคนนั้นออกมาขอโทษ แล้วเราจะให้อภัยอภิสิทธิ์ไหม รวมถึงประยุทธ์ หากเค้าออกมาขอโทษเช่นกัน ขอโทษแล้วมันจบเลยไหมโดยที่ไม่ต้องมีการ "ชดใช้" อะไรเลยหรอ ..."ชดใช้" คือ key word ทำผิดแค่ไหน ก็ต้องออกมาชดใช้แค่นั้น มันถึงหักล้างกันได้ มิเช่นนั้น มันก็คือการไม่ต้องรับผิด หรือ impunity กับไอ้แค่คำว่าขอโทษ วรรณสิงห์จะให้สังคมยกโทษ ต้องทำอะไรมากกว่าขอโทษ ในความเห็นดิชั้น เค้าต้องออกมาประนามคนผิด ออกมาทำแคมเปญ ออกมาต่อสู้กับความอยุติธรรม ไม่ได้แค่ออกมาพูดขอโทษ เพราะแค่นั้นมันไม่พอ ส่วนที่เหลือ ทั้งอีดาราเหี้ยหางแถว มันคือส่วนหนึ่งของการก่ออาชญากรรม ทั้งอภิสิทธิ์และประยุทธ์ ต้องได้รับโทษทางกฎหมาย แค่ขอโทษคงไม่ได้ ดิชั้นว่า การจัดมาตรฐานการให้อภัยแบบนี้ แฟร์กับทุกฝ่ายค่ะ
close
Speak freely and earn crypto.
Switch to App
Minds Take back control of your social media!