explicitClick to confirm you are 18+

พักบ้านหลวงราชไมตรี ย้อนวิถีผู้ดี กับชุมชนริมน้ำจันทบูร

ZaneterJun 10, 2020, 12:57:22 PM
thumb_up44thumb_down1more_vert

นอกเหนือจากความผ่อนคลาย ความสะดวกสบาย หรือความหรูหราโอ่อ่าที่คนเรามักจะคาดหวังจากผู้ให้บริการ “โรงแรม” หรือ “ที่พัก” แล้ว ประสบการณ์จากการเข้าพักและการท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียงก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญของการเลือกที่พัก ในขณะเดียวกันผู้ให้บริการพยายามส่งมอบคุณค่าเฉพาะ หรือเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในรูปแบบและดีไซน์ของที่พักเพื่อตอบโจทย์ “จริต” ความชื่นชอบของกลุ่มเป้าหมาย และจริตของเราก็เลือกสถานที่แห่งนี้อย่างไม่มีข้อกังขา เพราะคุณค่าเฉพาะของที่นี่คือ “บ้านพักประวัติศาสตร์” ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกับการอนุรักษ์และพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

และที่แห่งนี้คือ…บ้านพักประวัติศาสตร์หลวงราชไมตรี



ที่พักแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านชุมชนเก่าริมน้ำจันทบูร ซึ่งก็คือริมแม่น้ำจันทบุรีด้านตะวันตก ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ได้ร่วมกันอนุรักษ์พื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนและส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อการพัฒนาชุมชนไปด้วย และบ้านพักหลวงราชไมตรีก็เป็นจุดขายสำคัญที่ทรงคุณค่าไม่แพ้อาคารเก่าโดยรอบหรือตลาดในชุมชนเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ชั้นล่างของบ้านพักยังเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของหลวงราชไมตรี ตำราเรียนสมัยนั้น ถ้วยโถโอชาม ปิ่นโต ตะเกียง และ ของใช้สารพัดชนิด





ย้อนวิถีผู้ดี

ด้วยความที่บ้านพักนี้บูรณะจากบ้านเดิมของคุณหลวงฯ ซึ่งเป็นบ้านไม้ ดังนั้นส่วนใหญ่ของบ้านจึงยังคงความเป็นบ้านไม้ไว้ ทั้งประตูไม้ พื้นไม้ บันไดไม้ และระเบียงไม้ ดังนั้น “ความเป็นผู้ดี” ของผู้อยู่เรือนไม้สมัยก่อนจึงปรากฏขึ้นมาทันที ตั้งแต่การถอดรองเท้าจากหน้าประตู การก้าวย่างอย่างระมัดระวัง ไม่ลงส้น และรักษามารยาทโดยการไม่ส่งเสียงดัง และระมัดระวังทุกการกระทำไม่ให้มีเสียงหรือสั่นสะเทือน เพราะความเป็นบ้านไม้จะทำให้ได้ยินเสียงและรู้สึกถึงความสั่นสะเทือนได้เกือบทั้งหลัง




ว่าด้วยเรื่องของการเข้าพัก จะขอรีวิวห้องอีสท์เอชียติค ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ห้อง “ไฮเอนด์” ของที่นี่ที่มีระเบียงและได้วิวริมแม่น้ำจันทบุรี ซึ่งบรรยากาศแรกที่สัมผัสได้ตั้งแต่เปิดประตูห้องเข้าไปก็คือ ความลงตัวของกลิ่นอายบ้านไม้สมัยก่อนกับการตกแต่งแบบโมเดิร์น สำหรับการนอนก็เรียกได้ว่าสบายมากๆ ที่นอนนุ่ม หมอนนุ่ม กลิ่นหอมแบบมีเอกลักษณ์ที่อบอวลในห้องเดาไม่ถูกว่าเป็นกลิ่นอะไร แต่รู้สึกดีมาก และแม้แต่การนอนก็ต้องนอนแบบผู้ดี ไม่ขยับตัวแรง นอนดิ้นไม่ได้ เพราะเตียงจะสั่นโยกเยกไปมา (คงเป็นเพราะโครงเตียงทำแบบดีไซน์เก่า)




และแม้กระทั่งการใช้ห้องน้ำก็ต้องระมัดระวังมากๆ เช่นกัน เนื่องจากพื้นห้องน้ำก็เป็นพื้นไม้ ต้องระวังไม่น้ำกระเด็นเลอะพื้นหรือผนัง ถ้าน้ำกระเซ็นจากอ่างออกมาก็ต้องรีบเช็ดให้สะอาด เรียกได้ว่าเป็นบ้านที่เข้าพักแล้วจิตสำนึกการดูแลรักษาบ้านให้เขาเกิดขึ้นมาโดยอัตโนมัติเลย

ว่าด้วยเรื่องการอาบน้ำก็ยังคงคอนเซปต์ “ผู้ดี” เช่นเดิม ด้วยการเข้าไปยืนอาบในอ่างไม้ที่มีม่านกั้นรอบเป็นวงกลม แม้จะอยากเปิดฝักบัวสุดแรงเพื่อความชุ่มฉ่ำเพียงใด ก็ยังคงระมัดระวังให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ ไม่ให้น้ำกระเด็นหรือไหลเปียกเลอะเทอะไปถึงพื้นนอกอ่าง



อากาศและบรรยากาศที่ลงตัว

นอกเหนือจากตัวสถานที่ สิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อประสบการณ์การเข้าพักก็คือภูมิอากาศของพื้นที่ ช่วงที่ไปจะมีฝนตกเยอะหน่อย เกือบจะตกทั้งวันเลยก็ว่าได้ แต่ไม่ได้ตกหนักซะทั้งวัน บางช่วงปรอยๆ มีหยุดเว้นจังหวะให้แดดออกบ้าง โดยรวมไม่ได้หนักหนาอะไร ยังพอจะเดินออกไปตลาดได้ ไปหาอะไรกินตามร้านเก่าแก่ในชุมชนได้ เดินชมพื้นที่โดยรอบได้ และยิ่งห้องพักมีระเบียงที่ได้วิวริมน้ำแล้วยิ่งดีต่อใจ ช่วงที่แดดเริ่มออก มีหยดน้ำค้างอยู่บนใบไม้ สายลมพัดเอื่อย ยิ่งสุดยอดไปเลยสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจแบบลืมภาระ ลืมเรื่องงานสารพัดทิ้งไว้ข้างหลัง




สิ่งเติมเต็มบรรยากาศ…อาหาร

แน่นอนว่าเรื่องอาหารไม่พูดถึงก็คงจะไม่ได้ อาหารเช้าที่บ้านพักจัดเตรียมให้เราก็สามารถเลือกเซตอาหารได้ตั้งแต่วันก่อนหน้า โดยมีเซตหลัก 3 เซต ได้แก่เซตก๋วยจั๊บ (จากร้านในชุมชน) เซตข้าวต้ม (ก็น่าจะร้านในชุมชนอีก 555) และเซต breakfast (อันนี้แอบเห็นทำไข่ดาว-ไส้กรอกในที่พักเอง) แต่ละเซตก็จะมีเครื่องดื่ม ขนมหวาน และอื่นๆ ประกอบในเซตอีก ซึ่งบางอย่างเราก็เลือกได้ เช่นเครื่องดื่มจะเป็นน้ำส้มหรือน้ำเต้าหู้ และยังไม่พอ! ยังมีปาท่องโก๋ กาแฟ โอวัลติน ขนมปัง เครื่องปิ้ง เนย นม แยม ที่ตั้งไว้เป็นส่วนกลางให้เราเพิ่มเติมอีก และเมื่อทุกอย่างจัดมาเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาดื่มด่ำบรรยากาศการทานอาหารเช้าริมน้ำ แบบที่คุณหลวงฯ และครอบครัวได้สัมผัสอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

และแน่นอนว่าการทานอาหารก็ยังรักษาคอนเซปต์ผู้ดี ที่ทางที่พักติดภาพ “ระเบียบการกินโต๊ะ” ลายมือของหลวงท่านให้ดูกันด้วย